Petcharavejhospital.com
โปรโมชั่นสุขภาพ
คลายความกังวลใจ เรื่องค่าใช้จ่ายส่วนเกิน

เพิ่มเติม

เพิ่มเติม
บุคลากรแพทย์
พญ.แพร ทรัพย์สำรวย
สูตินรีเวช
ดูประวัติแพทย์
พญ.วารินทร์ เวสารัชวิทย์
ศูนย์ศัลยกรรมและการผ่าตัด
ดูประวัติแพทย์
นพ.ภูวสิษฏ์ ตรีจักรสังข์
ศูนย์ศัลยกรรมและการผ่าตัด
ดูประวัติแพทย์
นพ.อุเทน บุญอรณะ
ศูนย์สมองและระบบประสาท
ดูประวัติแพทย์

เพิ่มเติม
บทความสุขภาพ
ผ่าตัดนิ่ว พักฟื้นอย่างไรไม่ให้เป็นอันตราย
ผ่าตัดนิ่ว คือวิธีการรักษานิ่วในถุงน้ำดีได้อย่างมีประสิทธิภาพ มากกว่าการรับประทานยา หรือเครื่องสลาย โดยเฉพาะหัตถการแบบผ่านกล้อง (Laparoscopic Cholecystectomy) ทั้งนี้ผู้ป่วยควรพักฟื้นตามคำแนะนำของแพทย์ ทั้งที่โรงพยาบาล รวมทั้งที่พักอาศัย เพื่อไม่ให้เป็นอันตรายหลังผ่าตัด ร่างกายฟื้นฟูได้เร็ว จะทำให้ส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตระยะยาว     อาหารที่ควรรับประทานหลังผ่าตัดนิ่ว   อาหารอ่อนๆ   ซุป   โจ๊ก   ข้าวต้ม   โปรตีน   ไข่ไก่   เต้าหู้   นมพร่องมันเนย   ธัญพืชไม่ขัดสี   ข้าวกล้อง   ข้าวโพด   ลูกเดือย   ถั่ว   โฮลวีท   หลีกเลี่ยงอาหารประเภทต่างๆ ดังนี้   เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน   ชา   กาแฟ   น้ำอัดลม   ส่วนประกอบที่มีไขมันสูง   ของทอด   พิซซ่า   แฮมเบอร์เกอร์   เนื้อสัตว์แปรรูป   แกงกะทิ   ขนมกรุบกรอบตามร้านสะดวกซื้อ   เบเกอรี   เค้ก   คุกกี้   โดนัท   ทั้งนี้สัปดาห์แรกหลังผ่าตัดควรแบ่งมื้ออาหารออกเป็น 4-6 มื้อ ขณะรับประทานหากรู้สึกอิ่ม จุก ท้องอืด ปวดท้อง ควรหยุดทันที หลังจากนั้นแพทย์จะพิจารณาให้บริโภคผลไม้ที่มีกากใยสูงได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับอาการของแต่ละบุคคล     การออกกำลังกายหลังผ่าตัดนิ่ว   เพื่อเป็นการโรคต่างๆ หรือภาวะแทรกซ้อนที่สามารถเกิดขึ้นได้ อีกทั้งเพิ่มสมรรถภาพของร่างกายให้แข็งแรงดียิ่งขึ้น ด้วยการบริหารอวัยวะดังนี้   หมุน หรือกระดกข้อเท้า ยกเข่า ทุก 1 ชั่วโมง   เดินบนพื้นที่กว้างๆ หรือเดินขึ้นบันไดที่มีราวจับ   ฝึกหายใจเข้า-ออกลึกๆ   ค่อยๆ ฝึกลุกขึ้นจากเตียง เริ่มจากพลิกตัวแนวตะแคง ใช้มือยันตัว ห้อยขานั่งตรง และยืนขึ้น     พฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยงหลังผ่าตัดนิ่ว   การสูบบุหรี่   ยกของหนัก   เครียด   รับประทานอาหารไม่ถูกสุขลักษณะ   ไม่ดูแลแผลผ่าตัด   ทำงานที่ใช้พละกำลังเยอะ   ทำกิจกรรมโดยไม่พักผ่อน          อาการผิดปกติหลังผ่าตัดนิ่วที่ควรพบแพทย์ทันที   ตาเหลือง ตัวเหลือง   มีไข้ หนาวสั่น   ปัสสาวะสีเข้ม   คลื่นไส้ อาเจียน   ท้องเสีย หรือท้องผูก เป็นเวลา 3 วัน   อาการที่กล่าวในข้างต้น มีความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน ซึ่งหากปล่อยไว้อวัยวะภายในบริเวณนั้น หรือใกล้เคียงอาจเกิดการอักเสบ ติดเชื้อเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้     ช่วงเวลาพักฟื้นหลังผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีนั้น ควรทำจิตใจให้สงบ หากิจกรรมบันเทิงที่สร้างสรรค์ เช่น ดูภาพยนตร์ ฟังเพลง อ่านหนังสือ สลับกับการขยับร่างกายบ้าง อีกทั้งควรสวมใส่เสื้อผ้าที่มีขนาดพอดีกับร่างกาย เพราะถ้าหากคับแน่นจนเกินไปอาจส่งผลกระทบกับแผลได้ หากมีโลหิต หรือวัตถุเหลวไหลซึมออกมามาก รวมทั้งแผลโดนน้ำ รีบปรึกษาแพทย์ทันที       เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง     ผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีแบบส่องกล้อง
อ่านเพิ่มเติม
มะเร็งลำไส้ใหญ่ สังเกตได้จากการขับถ่าย
มะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colon Cancer) คือ การเกิดก้อนเนื้อร้ายในท่อลำไส้ จากติ่งเนื้อเล็กๆ จนเกิดการตีบ ส่งผลให้เกิดผลกระทบกับระบบขับถ่าย ซึ่งสังเกตจากอุจจาระที่มีขนาดเล็กลง หรือเหลวมากผิดปกติ อาจจะมีมูกเลือดปนออกมาด้วย ผู้ป่วยบางรายมีภาวะซีด เพราะเสียเลือดในขณะถ่ายหนักแบบเรื้อรัง แต่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ ดังนั้นต้องใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์เข้ามาช่วย     สาเหตุของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่   ทางการแพทย์ และวิทยาศาสตร์ยังหาสาเหตุการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ แต่มีปัจจัยความเสี่ยงของโรคนี้ ได้แก่   กรรมพันธุ์ จากการกลายพันธุ์ของยีน ทำให้ไม่สามารถควบคุมการทำงานของเซลล์ จนกลายเป็นเนื้อร้าย และถ่ายทอดสู่รุ่นต่อไป   ผู้ใหญ่ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป   โรคหรือภาวะที่ทำให้ลำไส้เกิดการอักเสบ เช่น ลำไส้อักเสบ   รวมทั้งการเกิดเนื้องอกในบริเวณนั้น   การรับประทานอาหารไขมันสูง กากใย และไฟเบอร์ต่ำ เนื้อสัตว์ปิ้ง ย่าง ผัก ผลไม้ที่ไม่สะอาด   ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่   ไม่ค่อยออกกำลังกาย   ผู้ป่วยโรคอ้วน เบาหวาน มะเร็งเต้านม และเนื้อร้ายที่เกิดในทางนรีเวช   ผู้ที่ได้รับการรักษามะเร็งด้วยวิธีฉายแสงในช่องท้อง     อาการมะเร็งลำไส้ใหญ่   คลำพบก้อนแข็งที่นูนออกมาบริเวณท้องน้อยด้านขวา   ปวดท้อง   ท้องอืด   ท้องผูก   อาเจียน   มีความรู้สึกขับถ่ายไม่สุด   อ่อนเพลีย   ไม่มีแรง   เหนื่อยง่าย   เบื่ออาหาร   น้ำหนักลดลงผิดปกติ     การวินิจฉัยมะเร็งลำไส้ใหญ่   ขั้นแรกแพทย์จะทำการซักประวัติผู้ป่วย ในเรื่องของอาการ และระยะเวลาที่เกิดการผิดปกติ รวมทั้งการเจ็บป่วยของบุคคลในครอบครัว หลังจากนั้นจะทำการตรวจหามะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วยวิธีการต่างๆ ดังนี้   การตรวจอุจจาระเพื่อหาเลือด และสิ่งผิดปกติที่ปนออกมา   การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ เก็บชิ้นเนื้อบางส่วนไปวิเคราะห์   การเอกซเรย์ตรวจสวนแป้งลำไส้ใหญ่ (Barium Enema)   การใช้เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หาความผิดปกติของลำไส้ใหญ่ (CT-Colonography)     การรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่   ประคับประคองผู้ป่วย   เพื่อบรรเทาความเจ็บ ปวด และอาการรุนแรงที่อาจจะเพิ่มขึ้น   เคมีบำบัด (Chemotherapy)   เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโต และทำลายเซลล์มะเร็ง   การฉายรังสี (Radiation Therapy)   เหมาะสำหรับผู้ป่วยในระยะแรกๆ เพื่อลดขนาดของก้อนเนื้อ และกำจัดเซลล์มะเร็งหลังผ่าตัด   การผ่าตัด   ผู้ป่วยในระยะแรกที่ขนาดก้อนเนื้อยังไม่ใหญ่มาก แพทย์จะผ่าตัดโดยการส่องกล้อง   หากมีการลุกลาม หรือขยายตัวของมะเร็ง แพทย์ต้องผ่าตัดออก และเย็บลําไส้ส่วนที่เหลือให้เข้ากัน แต่ถ้าไม่สามารถเย็บได้ จะต้องเอาลำไส้ใหญ่ออกทางหน้าท้องชั่วคราว เพื่อต่อกับถุงสำหรับเก็บกากอาหาร ทั้งนี้ผู้ป่วยบางรายอาจผ่าตัดเปิดหน้าท้องแบบถาวร         การป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่   ตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ก่อนอายุ 50 ปี   เพิ่มปริมาณการรับประทานผัก ผลไม้ ธัญพืช และปลาให้มากขึ้น   ออกกำลังกายสม่ำเสมอ วันละ 30 นาที   ผ่อนคลายความเครียดให้ถูกลักษณะ เช่น ดูหนัง ฟังเพลง และนั่งสมาธิ เป็นต้น   ควบคุมน้ำหนักตัวอย่างถูกวิธี   หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมทั้งการสูบบุหรี่     มะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นโรคที่พบได้บ่อยเป็นอันดับต้นๆ พอกับอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วย อีกทั้งความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับคนที่อายุน้อยๆ ก็มีเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นไม่ควรละเลยต่อสุขภาพ หากพบเนื้อร้ายจากการตรวจคัดกรองโรค สามารถรักษาให้หายขาดได้ ไม่ควรปล่อยไว้ ให้รีบไปปรึกษาแพทย์ ก่อนที่จะได้รับผลกระทบที่ไม่คุ้มค่า       เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง     รวมโปรแกรมผ่าตัด และส่องกล้องระบบทางเดินอาหารและตับ
อ่านเพิ่มเติม
44
ปี ที่ดูแล
764,902
ผู้ใช้บริการรักษา : ต่อปี(ประมาณ)
2153
ผู้ป่วย : วัน
452
ผ่าตัดส่องกล้อง : เดือน