ศูนย์หัวใจ
ศูนย์หัวใจ
 

"ศูนย์หัวใจ" โรงพยาบาลเพชรเวช ป้องกัน รักษา ดูแล ครอบคลุมทั้งหัวใจ  เนื่องจาก “โรคหัวใจ” จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขพบว่าคนไทยเสียชีวิตด้วยโรคนี้มากถึง 2 คนต่อชั่วโมง จากผู้ป่วยทั้งหมด 432,943 คน ซึ่งเป็นโรคที่คร่าชีวิตคนไทยติดอันดับ 1 ใน 5 จึงสามารถยืนยันได้ว่าโรคดังกล่าวเป็นโรคที่มีอัตราการเสียชีวิตค่อนข้างสูง

 

บริการทางการแพทย์และการตรวจวินิจฉัยโรคที่เกี่ยวกับหัวใจ

 

ศูนย์หัวใจโรงพยาบาลเพชรเวช บริการด้วยทีมแพทย์เฉพาะทาง และพยาบาลด้านหัวใจ เพื่อตรวจวินิจฉัยโรคหัวใจด้วยความแม่นยำอย่างละเอียด ด้วยเครื่องมือแพทย์ที่ได้รับมาตรฐาน ได้แก่



ห้องปฏิบัติการสวนหัวใจ (Cath Lab)

 

  • สวนหลอดเลือดหัวใจ และฉีดสีตรวจหลอดเลือดหัวใจ (CAG) : เพื่อตรวจหลอดเลือดว่าตีบตันหรือไม่ นอกจากนี้ยังสามารถตรวจกล้ามเนื้อหัวใจ การบีบตัว เพื่อหาสาเหตุอาการที่สุ่มเสี่ยงโรคหัวใจ
     
  • ขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูน และตรึงหลอดเลือดหัวใจด้วยขดลวด (PCI) : สำหรับผู้ป่วยหลอดเลือดหัวใจตีบ วิธีนี้จะทำให้ไม่ต้องผ่าเปิดหน้าอก แต่ต้องพึ่งพาความชำนาญของแพทย์เฉพาะทางเท่านั้น
     
  • บริการใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจแบบชั่วคราว และถาวร (PACE MAKER) : เพื่อแก้ปัญหาการเต้นของหัวใจที่ช้าเกินไป โดยสัญญาณไฟฟ้าจะทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นจนอยู่ในระดับปกติ ส่งผลให้หัวใจสามารถสูบฉีดเลือดได้อย่างเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
     
  • ใส่เครื่องกระตุกไฟฟ้าอัตโนมัติถาวร (AICD) : เพื่อตรวจจับไฟฟ้าของหัวใจ หากพบว่าหัวใจห้องล่างเต้นเร็วกว่าปกติถึงขั้นอันตราย อุปกรณ์จะทำการปล่อยไฟฟ้าเพื่อรักษาในทันที นอกจากนี้ยังสามารถกระตุ้นหัวใจที่เต้นช้ากว่าคนทั่วไปได้อีกด้วย
     
  • รักษาหัวใจเต้นผิดปกติผ่านคลื่นวิทยุ (RF Ablation) : วิธีนี้ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเปิดช่องอก แต่จะใช้วิธีสอดสายเข้าหัวใจแทน โดยคลื่นวิทยุนี้จะทำลายเนื้อเยื่อที่ต้องการเพื่อรักษาความผิดปกติของไฟฟ้าในหัวใจ
     
  • บริการปิดรูรั่วระหว่างผนังกั้นห้องหัวใจ หรืออาการเส้นเลือดเกินด้วยวิธีสวนหัวใจ (ASD/PDA Device) : สามารถรักษาหัวใจที่มีโครงสร้างผิดปกติ และช่วยชีวิตผู้ป่วยภาวะเร่งด่วนได้ สามารถใช้แทนการผ่าตัดบางชนิด รวมถึงระยะการพักฟื้นยังน้อยกว่าการผ่าตัดอีกด้วย

     
  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram)
     
  • การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (Echo cardiography)
     
  • การตรวจการทำงานของหัวใจขณะออกกำลังกาย (Exercise Stress Test)
     
  • การตรวจหัวใจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง (Multi-Slice Cardiac CT Scan 256 Slice)
     
  • ฯลฯ



ศูนย์หัวใจที่ให้มากกว่าการดูแล

 

เรายึดถือความปลอดภัยของผู้ใช้บริการเป็นอันดับหนึ่ง ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทาง และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่พร้อมทุกการรักษาจึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับความปลอดภัยอย่างถึงที่สุดในทุก ๆ การรักษา เราเข้าใจดีว่าโรคที่เกี่ยวข้องกับหัวใจเป็นสิ่งที่สำคัญและต้องดูแลให้ใกล้ชิด รวมถึงต้องแม่นยำในการรักษา หากจะกล่าวถึงภาวะหรือโรคที่เกี่ยวข้องกับหัวใจและคนไทยรู้จักกันดีคนหนีไม่พ้น "โรคหัวใจ" โรคนี้มีสาเหตุในการเกิดโรคไม่ยากและมีความอันตรายสูงมาก อีกทั้งยังมีอยู่หลายชนิด ได้แก่ โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด, โรคหลอดเลือดหัวใจ, โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ, โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ-อุดตัน, โรคหัวใจวาย และโรคลิ้นหัวใจ

 

อาการที่เสี่ยงเป็นโรคหัวใจ

 

เนื่องจากโรคหัวใจมีหลายชนิดและมีผลต่อการแสดงอาการที่ต่างกันตามชนิดของโรคนี้ อย่างไรก็ตามโรคร้ายนี้ยังมีอาการที่แสดงออกร่วมกันที่สามารถสังเกตได้ ดังนี้ แน่นหน้าอก ปวดหน้าอก มีอาการใจสั่นและหัวใจเต้นเร็ว มีอาการเหนื่อยง่าย และมีอาการขาบวม ทั้งนี้อาการเจ็บหน้าอกไม่ได้บ่งบอกถึงโรคหัวใจเสมอไป เนื่องจากอาการเจ็บหน้าอกนี้สามารถเกิดจากภาวะอื่น ๆ ได้ เช่นอาการปวดของลิ้นปี่ที่มีผลมาจากกรดในกระเพาะอาหาร เกิดจากการวิตกกังวล และโรคหอบ เป็นต้น อย่างไรก็ตามหากมีอาการเจ็บหน้าอกมากขึ้นจนเกินไปควรรีบเข้าพบแพทย์ทันที

 

ศูนย์หัวใจ

 

การวินิจฉัยโรคหัวใจ

 

สามารถวินิจฉัยได้หลายวิธีเพื่อทดสอบการทำงานของหัวใจ และหาวิธีรักษาที่เหมาะสมต่อไป ตัวอย่างเช่น
 

  • การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง ทำให้สามารถเห็นผนังห้องหัวใจและการบีบตัว เพื่อให้ง่ายต่อการวินิจฉัยโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
     
  • การเอกซเรย์หัวใจ โดยการนอนเอกซเรย์บนเครื่อง CT Scan เพื่อให้เห็นภาพลักษณะของหัวใจ
     
  • การตรวจหัวใจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า โดยการตรวจผ่านเครื่องมือ MRI เพื่อให้เห็นลักษณะของหัวใจ
     
  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เพื่อตรวจกระแสไฟฟ้าที่กล้ามเนื้อหัวใจผลิตออกมา เป็นวิธีที่ง่าย รวดเร็ว แต่ได้ผลลัพธ์ดี

 

____________________________________


ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

วันเปิดทำการ : บริการทุกวัน

เวลาเปิดทำการ : 08.00-20.00 น.

ตึก/ชั้น : A/11 และ 16 

เบอร์ติดต่อ : 1390 ต่อ 328
 

Line Official :   @petcharavej  คลิก  


__________________________________

 

แพคเกจที่เกี่ยวข้อง

โรคหัวใจ

คือ โรคที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของหัวใจ โดยมักเกิดความผิดปกติกับเส้นเลือด หรืออาจมีความผิดปกติมาแต่กำเนิด โรคนี้มีแนวโน้มมากขึ้นในไทยอย่างต่อเนื่อง เพราะเกิดได้จากพฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่คุ้นชินโดยที่เราอาจไม่รู้ตัว สามารถจำแนกออกได้หลายชนิด เช่น
 

  • โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด 
  • โรคหลอดเลือดหัวใจ
  • โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ-อุดตัน
  • โรคหัวใจวาย
  • โรคลิ้นหัวใจ

 

สาเหตุของโรคหัวใจ

 

โรคหัวใจแต่ละชนิดมีสาเหตุการเกิดโรคที่แตกต่างกันกันไป สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประการ ดังนี้
 

  • สาเหตุที่สามารถควบคุมเพื่อลดความเสี่ยงได้ เช่น น้ำหนักตัวที่มากเกินมาตรฐาน พฤติกรรมการใช้ชีวิตไม่ว่าจะเป็นการดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่เป็นประจำ 
     
  • สาเหตุที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยง หรือแก้ไขปรับเปลี่ยนได้เช่นกัน ได้แก่ อายุที่มากขึ้น หรือการสืบทอดผ่านพันธุกรรม การเป็นโรคบางชนิดที่มีผลให้เกิดโรคร้ายนี้ เช่น โรคความดันโลหิตสูง หรือผู้ที่มีภาวะความเครียด เป็นต้น ดังนั้นการระแวดระวังตนเอง และการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอจึงเป็นสิ่งที่ควรทำเพื่อลดอัตราการเสี่ยงให้เหลือน้อยที่สุด

 

โรคหัวใจ

 

ความเครียด ตัวร้ายของหัวใจ

 

“ความเครียด” มีผลต่อการทำงานของระบบประสาทและสมองทำให้ไปกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (cortisol) ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความผิดปกติต่อการทำงานของเกร็ดเลือด อาจทำให้หลอดเลือดเกิดการแข็งตัว เกิดภาวะเลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่ทัน นอกจากนี้ความเครียดยังทำให้ร่างกายเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูง หากเป็นบ่อย ๆ อาจจะสร้างความเสียหายให้กับหัวใจของเราได้ด้วย

 

การป้องกันและการรักษาโรคหัวใจ

 

โรคทางหัวใจบางชนิดสามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัด หรือทำการสวนหัวใจ ส่วนในด้านการป้องกันสามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หมั่นออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ เลิกสูบบุหรี่และเลิกดื่มแอลกอฮอล์ นอกจากโรคหัวใจจะอันตรายและมีหลายชนิดแล้ว ยังสามารถเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้อีกด้วย ดังนั้นเราจึงควรให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเอง และควรหมั่นตรวจสุขภาพหัวใจเพื่อติดตามความสมบูรณ์ของหัวใจอย่างสม่ำเสมอ

 

ดูแลสุขภาพอย่างไรให้ห่างไกลโรคหัวใจ

 

  • ออกกำลังกายเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ซึ่งเป็นวิธีที่สามารถช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลในร่างกายได้
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่
  • นอนพักผ่อนให้เพียงพอ และรู้จักการจัดการความเครียด ควรหากิจกรรมที่ชื่นชอบ หรือผ่อนคลายความเครียดได้
  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
  • หลีกเลี่ยงอาหารรสหวาน มัน เค็ม เกินไป ควรรับประทานอาหารที่มีไขมันน้อย เช่น ผัก ปลา ผลไม้ และอาหารที่มีกากใย
  • ตรวจเช็คสุขภาพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หากมีอาการเจ็บแน่นหน้าอก ใจสั่น ควรปรึกษาแพทย์ทันที