Petcharavejhospital.com
Health promotion
Without extra charge

More

More
Doctor
Dr.PEAR SUBSAMROUY
Doctor profile
Dr.WARIN WESARACHAWIT
Doctor profile
Dr.PHUWASIT TRIJAKSUNG
Doctor profile
Dr.DANAI CHOCKCHAISAKUL
ศูนย์กระดูกและข้อ
Doctor profile

More
Health articles
Binge Eating Disorder
โรคกินไม่หยุด (Binge Eating Disorder) ผู้ป่วยจะควบคุมพฤติกรรมการทานอาหารของตนเองไม่ได้ ทำให้ทานเยอะทานมากกว่าปกติ และรู้สึกไม่ดีหลังทานอาหารไปแล้ว โรคนี้สามารถรักษาได้หลายวิธีทั้งการทานยา การเข้าพบจิตแพทย์เมื่อรักษาหายแล้วควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหาร และควบคุมน้ำหนักมากยิ่งขึ้น   โรคกินไม่หยุดคืออะไร   โรคกินไม่หยุดเป็นโรคที่เกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัยแต่จะพบได้มากในเพศหญิงช่วงอายุ 20 ปีขึ้นไป สาเหตุที่แน่ชัดที่ทำให้เกิดโรคยังไม่ชัดเจนอาจเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้จะมีอาการทานอาหารไม่หยุดแม้จะไม่รู้สึกหิว และจะหยุดก็ต่อเมื่อไม่สามารถทานต่อได้แล้วโดยจะส่งผลเสียต่อสุขภาพโดยตรง   โรคกินไม่หยุดเกิดจากอะไร   ถึงแม้จะยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่ยังพบว่ามีปัจจัยเสี่ยงที่อาจกระตุ้นการเกิดโรคกินไม่หยุดนี้ได้ เช่น   ปัจจัยความเสี่ยงด้านจิตใจ : เกิดเหตุการณ์ที่กระทบความรู้สึกเคยถูกทำร้าย การสูญเสียบุคคลรอบตัว ไปจนถึงความผิดหวังจากการลดน้ำหนัก และไม่มีความมั่นใจวิตกกังวลในรูปร่างของตนเอง ปัจจัยความเสี่ยงจากโรค : พบได้ในผู้ที่เป็นโรคอ้วน หรือคนในครอบครัวเคยเป็นโรคกินไม่หยุด และจากโรคทางจิตเวช เช่น โรคไบโพลาร์ โรคเครียด โรคซึมเศร้า เป็นต้น     อาการของโรคกินไม่หยุด   อาการที่สังเกตได้ของโรคกินไม่หยุดคือพฤติกรรมการกินอาหาร และลักษณะทางอารมณ์ที่แตกต่างไปจากเดิม ได้แก่   พฤติกรรมการทานอาหาร : ผู้ป่วยจะกินอาหารในปริมาณมากแม้ไม่รู้สึกหิว โดยจะทานจนกว่าจะทานต่อเองไม่ไหว หลังจากทานไปแล้วจะรู้สึกผิด บางรายอาจจะมีพฤติกรรมสะสมของกินไว้ใกล้ตัว พฤติกรรมทางด้านอารมณ์ : ผู้ป่วยโรคกินไม่หยุดจะอยากกินอาหารคนเดียว เพราะรู้สึกอายหากต้องกินอาหารกับผู้อื่นในปริมาณมาก   เป็นคนชอบกินเสี่ยงโรคกินไม่หยุดใช่ไหม   บางคนเมื่ออ่านอาการของโรคกินไม่หยุดอาจคิดว่าตนเองอาจเป็นโรคนี้ได้ โดยอาการดังกล่าวอาจเกิดขึ้นกับบางคนแต่สำหรับคนที่ถูกวินิจฉัยว่าอาจเป็นโรคนี้ต้องมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายข้างต้นอย่างน้อย 1 ครั้งต่อสัปดาห์ และต้องเป็นติดต่อกัน 3 เดือนขึ้นไป   โรคกินไม่หยุดแก้ยังไง   การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม : ออกกำลังกาย ทานอาหารที่เป็นประโยชน์ และไม่ปล่อยให้ตนเองตกอยู่ในสภาวะความเครียด การใช้ยา : เป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุดมีจุดประสงค์เพื่อจัดการสมดุลภายในสมอง และลดโอกาสเกิดอาการของโรคกินไม่หยุด แต่ด้วยผลข้างเคียงจากการใช้ยาจึงต้องทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด การทำจิตบำบัด : มีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้ป่วยเรียนรู้สาเหตุ และอาการของโรคเพื่อรับมืออาการและสามารถจัดการกับความคิดด้านลบต่อร่างกายของตนเองได้   โรคกินไม่หยุดต้องใช้ความอดทนและความมีวินัยในการรักษา การได้รับกำลังใจและความเข้าใจจากคนรอบข้างจึงเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญที่จะทำให้การรักษาประสบผลสำเร็จ
Read more
Brain Atrophy
โรคสมองฝ่อ (Brain Atrophy) เป็นโรคความเสี่ยงสูงในผู้สูงอายุเนื่องจากเซลล์สมองจะเสื่อมสภาพลงตามอายุที่มากขึ้น นอกจากนี้การไม่ดูแลตนเองยังเป็นปัจจัยความเสี่ยงโรคนี้ด้วย อาการของโรคนี้สังเกตได้จากการหลงลืมในผู้สูงอายุ หากต้องการลดความเสี่ยงโรคร้ายนี้ต้องหมั่นดูแลสุขภาพและทำกิจกรรมที่เสริมสร้างความคิดเพื่อพัฒนาการทำงานของสมอง   สมองฝ่อเกิดขึ้นได้อย่างไร   โรคสมองฝ่อพบได้มากในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะอายุ 75 ปีขึ้นไป เกิดจากปริมาณเซลล์เนื้อสมองลดลงถือเป็นการเสื่อมสภาพของร่างกายตามช่วงอายุ ซึ่งมีปัจจัยและความเสี่ยงของโรคสมองฝ่ออยู่อีกหลายข้อ ได้แก่   เกิดจากพันธุกรรม : ทำให้บางคนเป็นแต่กำเนิด หรือเป็นตอนอายุค่อนข้างมาก เกิดจากการใช้ชีวิตประจำวัน : การทานอาหารในปริมาณมากเกินไป การอดอาหาร การพักผ่อนไม่เพียงพอ และการสูบบุหรี่ดื่มแอลกอฮอล์ เกิดจากปัจจัยอื่น : โรคร้ายบางชนิด เช่น โรคติดเชื้อหรือโรคหลอดเลือดสมอง การเกิดอุบัติเหตุที่ส่งผลต่อสมอง การรับสารพิษ และการขาดออกซิเจน   หากเกิดโรคสมองฝ่อตรงจุดที่ส่งผลต่อการควบคุมอวัยวะในร่างกายจะส่งผลต่ออวัยวะนั้นโดยตรง นอกจากนี้อาจเกิดอาการสมองเสื่อมได้หากส่วนของความทรงจำเกิดการฝ่อ   ไม่ใช้สมองจะทำให้สมองฝ่อหรือไม่   หลายคนอาจเคยได้ยินว่า “ไม่ใช้สมอง ระวังนะสมองจะฝ่อ” การไม่ใช้สมองไม่ใช่ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคนี้สำหรับคนทั่วไปแต่อย่างใด แต่เป็นการกระทำที่ส่งผลต่อผู้ที่มีความเสี่ยงสูงอายุ 75 ปีขึ้นไป เนื่องจากความเสื่อมของสมองไปตามอายุอาจมีอาการหลงลืมไปบ้างการฝึกใช้สมองในการทำกิจกรรมต่าง ๆ จะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคสมองฝ่อได้     อาการของโรคสมองฝ่อ   เกิดอาการหลงลืมเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น หรือสมองเสื่อม มีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปไม่สามารถดูแลตนเองได้เหมือนเมื่อก่อน ผู้ป่วยโรคสมองฝ่อบางรายอาจเกร็งกล้ามเนื้อแขนและขา   รักษาโรคสมองฝ่ออย่างไร   การรักษาสามารถรักษาได้ตามสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคสมองฝ่อร่วมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน รวมถึงปรับสถานที่อยู่อาศัยให้เหมาะและสะดวกกับผู้ป่วยโรคนี้มากยิ่งขึ้น หากเป็นโรคร้ายนี้จากการเสื่อมสภาพให้ดูแลผู้ป่วยมากขึ้นในทุกด้านเพื่อชะลอการเสื่อมสภาพ   การป้องกันโรคสมองฝ่อ   ทำกิจกรรมที่มีส่วนช่วยในการพัฒนาหรือใช้ความคิด เช่น เล่นหมากรุก ทายปัญหา และคิดเลข เป็นต้น หมั่นดูแลสุขภาพทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และออกกำลังกายเป็นประจำ งดสูบบุหรี่ และงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ควรตรวจสุขภาพเพื่อติดตามสภาวะของร่างกายหรือค้นหาความเสี่ยงโรคสมองฝ่อ   ความโชคร้ายคือโรคนี้สามารถเกิดได้จากการเสื่อมสภาพทำให้ยากต่อการป้องกันอย่างมาก แต่หากดูแลผู้ป่วยอย่างดีทั้งร่างกาย และจิตใจจะสามารถช่วยชะลอความรุนแรงของโรคสมองฝ่อ และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขต่อไปได้   ____________________________________   ศูนย์สมองและระบบประสาท
Read more
43
Years of caring
764,552
Counter visits per Years
1489
Counter IPD : Month
986
Stroke