ทำอย่างไรเมื่อถูกสัตว์มีพิษกัด
ทำอย่างไรเมื่อถูกสัตว์มีพิษกัด

การใช้ชีวิตในพื้นที่รอบบ้านของเราในทุก ๆ วัน อาจเสี่ยงที่จะพบเจอสัตว์มีพิษทั้งงู ตะขาบ หรือแมงป่องเนื่องจากสภาพแวดล้อม รวมถึงภูมิอากาศที่ทำให้สัตว์เหล่านี้เข้ามาพื้นที่ภายในบ้าน และหากเราถูกสัตว์จำพวกนี้กัดจะทำให้เกิดอันตรายได้ และจะยิ่งอันตรายมากขึ้นไปอีกหากเราไม่รู้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่จำเป็น

 

ถูกงูกัดห้ามดูดห้ามกรีดแผล

 

เป็นสัตว์ที่เราสามารถพบได้เป็นปกติอยู่แล้วทั้งในข่าว หรือในชีวิตจริง โดยส่วนมากพิษของงูในไทยมักจะส่งผลต่อระบบประสาท เช่น งูเห่าหรืองูจงอาง เป็นต้น ผู้ที่ถูกกัดจะมีอาการ ดังนี้ กล้ามเนื้อเริ่มอ่อนแรง ตาไม่มีแรง พูดไม่ออก กลืนน้ำลายลำบาก หยุดหายใจ และเสี่ยงเสียชีวิต ดังนั้นหากถูกงูกัดควรปฏิบัติ ดังนี้

 

  • พาผู้ป่วยไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุด และพยายามจำลักษณะหรือสายพันธุ์ของงูให้ได้
     
  • ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด หรือน้ำยาฆ่าเชื้อ
     
  • พยายามเคลื่อนไหวตัวผู้ป่วยให้น้อยที่สุด โดยเฉพาะบริเวณที่ถูกกัด
     
  • ดามบริเวณที่ถูกงูกัด และปิดแผลด้วยผ้าสะอาด หรือผ้าก๊อซ
     
  • ห้ามใช้สมุนไพร ห้ามดูดหรือกรีดแผลเด็ดขาด เพราะเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
     
  • ห้ามขันชะเนาะ เพราะกล้ามเนื้ออาจตาย และห้ามประคบเย็น

 

งูกัด

 

ถูกตะขาบกัดบวมแดงห้ามสัมผัส

 

พบได้มากในช่วงน้ำท่วม เนื่องจากตะขาบจะหนีน้ำและอาจเข้ามาอยู่อาศัยในเขตของผู้คนได้ หากถูกตะขาบกัดจะทำให้เกิดอาการ ดังนี้ ปวด บวม แดง และคันบริเวณที่ถูกตะขาบกัด บางรายอาจมีไข้ แต่อาการเหล่านี้จะค่อย ๆ บรรเทาได้เองภายใน 24 ชม. หากพบว่าถูกตะขาบกัดให้ปฏิบัติ ดังนี้

 

  • ทำความสะอาดแผล และประคบน้ำอุ่นครั้งละ 10 นาที
     
  • ห้ามสัมผัสแผลด้วยมือโดยตรง เนื่องจากอาจติดเชื้อได้ สามารถทานยาพาราเซตามอลเพื่อบรรเทาอาการปวดได้
     
  • หากอาการรุนแรงขึ้น เช่น บวมแดงมากขึ้น หรือมีอาการพอง ให้รีบเดินทางมาพบแพทย์ทันที
     
  • สำหรับผู้ที่มีอาการแพ้จะมีอาการ ได้แก่ แน่นหน้าอก หายใจลำบาก อาเจียน หน้าบวม และอาจหมดสติ หากมีอาการดังกล่าวให้รีบนำตัวมาพบแพทย์โดยด่วน

 

ตะขาบกัด

 

ถูกแมลงมีพิษกัดนำเหล็กในออกก่อน

 

แมลงมีพิษส่วนมากเมื่อกัด หรือต่อยแล้วจะทิ้งเหล็กในเอาไว้ด้วย เช่น แตน ผึ้ง และต่อ โดยแผลที่ถูกต่อยจะมีอาการบวมแดง เพราะเหล็กในมีกรด แต่อาการจะรุนแรงแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย และบริเวณที่ถูกกัดด้วย หากถูกแมลงมีพิษกัดหรือต่อยให้ปฏิบัติ ดังนี้

 

  • พยายามเอาเหล็กในออกให้เร็วที่สุด และทำความสะอาดแผลให้สะอาด
     
  • บรรเทาอาการบวมด้วยการประคบเย็นประมาณ 10 นาที
     
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสแผล เพราะเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
     
  • สามารถทานยาพาราเซตามอลเพื่อบรรเทาอาการปวด และยากลุ่มเสตียรอยด์เพื่อบรรเทาอาการคัน
     
  • หากมีอาการบวมแดง ปวดเพิ่มขึ้น หรือเป็นหนอง นั่นหมายถึงการติดเชื้อให้รีบพบแพทย์โดยด่วน
     
  • หากมีอาการแพ้ให้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที

 

แมลงต่อย

 

ถูกแมงป่องต่อยอันตรายที่ข้อหาง

 

พบได้บ่อยในที่ชื้นและมืด พิษจะอยู่ที่หางมีพิษในระดับที่อันตราย หากถูกต่อยจะทำให้แผลมีอาการปวดบวม และแดง  ผู้ป่วยบางรายจะอาจมีอาการรุนแรง ได้แก่ ปวดกระดูกไปถึงกล้ามเนื้อ ความดันโลหิตสูง หัวใจเต้นเร็วและแรง หากถูกแมงป่องต่อยให้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ดังนี้

 

  • ทำความสะอาดแผลด้วยน้ำสะอาด
     
  • หากมีอาการปวดบรรเทาได้ด้วยการประคบเย็นครั้งละ 10 นาที หรือทานยาพาราเซตามอล
     
  • หากมีอาการหนักขึ้น หรือมีอาการแพ้ เช่น ไข้ขึ้นสูง ปวดศีรษะ หัวใจเต้นเร็วให้รีบเข้าพบแพทย์ทันที

 

แมงป่องต่อย

 

แมลงก้นกระดกเกาะผิวหนังห้ามสัมผัส

 

พบได้ในพื้นที่ชุ่มชื้นใกล้แหล่งน้ำ ลำตัวมีสีดำและส้ม และเสี่ยงถูกกัดในฤดูฝนช่วงกลางคืน หากสัมผัสตัวมัน ต่อให้มันตายไปแล้วพิษจะยังคงอยู่ โดยผู้ป่วยจะมีอาการ ดังนี้ ผิวหนังที่สัมผัสจะแดงมีตุ่มปวดแสบ และร้อน อาจมีไข้ร่วมด้วย ปกติแล้วเมื่อสัมผัสสารพิษจะพบตุ่มบนผิวหนังในตอนเช้า ตุ่มอาจเกิดอาการแตกได้แต่อาการเหล่านี้จะบรรเทาจนหายได้ใน 2 สัปดาห์ ผู้ป่วยควรปฐมพยาบาลเบื้องต้น ดังนี้

 

  • หากพบว่าถูกแมลงก้นกระดกเกาะที่ผิวหนัง ห้ามสัมผัสโดยตรงให้ใช้วัตถุอื่นปัดแทน และรีบล้างบริเวณที่ถูกสัมผัสโดยเร็วที่สุด
     
  • หากรู้ตัวว่าสัมผัสสารพิษไปแล้วให้รีบล้างด้วยน้ำสะอาดในทันที
     
  • ประคบเย็นบริเวณที่สัมผัสกับแมลงโดยตรง
     
  • หากผื่นรุนแรงขึ้นให้รีบพบแพทย์เพื่อทำการรักษา และรับคำแนะนำในทันที

 

แมลงก้นกระดกกัด

 

การปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่กล่าวไปเป็นสิ่งที่ควรทำระหว่างร่างกายพักฟื้น ถึงแม้ส่วนมากอาการที่เกิดจากพิษของสัตว์จะไม่รุนแรงมาก แต่หากมีอาการแพ้สารพิษอาจส่งผลถึงขั้นเสียชีวิตได้ในเวลาต่อมา