ตับอ่อนอักเสบ โรคที่เกิดจากนิ่วในถุงน้ำดี
ตับอ่อนอักเสบ โรคที่เกิดจากนิ่วในถุงน้ำดี

ตับอ่อนอักเสบ (Pancreatitis) คือ เนื้อเยื่อของตับอ่อนถูกทำลาย จึงเกิดการอักเสบอย่างรุนแรงขึ้น บริเวณบริเวณเซลล์ของตับอ่อน โดยที่น้ำย่อยในตับอ่อนไม่สามารถไหลผ่านท่อของตับอ่อน  สามารถเกิดขึ้นได้ 2 ชนิด คือตับอ่อนอักเสบชนิดเฉียบพลัน และตับอ่อนอักเสบชนิดเรื้อรัง โดยโรคตับอ่อนอักเสบมักจะเกิดจากนิ่วในถุงน้ำดี และพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนัก

 

 

สาเหตุของการเกิดตับอ่อนอักเสบ

 

  • ก้อนนิ่วนิ่วในถุงน้ำดี หลุดลงมาอุดตันที่ท่อน้ำดีส่วนปลายกับท่อตับอ่อน

 

  • การดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนัก

 

  • การสูบบุหรี่

 

  • โรคซิสติก ไฟโบรซิส (Cystic Fibrosis)

 

  • ปริมาณของธาตุเหล็กในเลือดสูง

 

  • แคลเซียมในเลือดสูง ทำให้ต่อมไทรอยด์ทำงานหนัก

 

  • อุบัติเหตุ หรือการผ่าตัด ที่ทำให้ช่องท้องเกิดการบาดเจ็บ

 

  • บุคคลในครอบครัวมีประวัติเป็นภาวะตับอ่อนอักเสบ

 

 

อาการตับอ่อนอักเสบ

 

ตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน

           

  • เป็นไข้

           

  • คลื่นไส้ อาเจียน

           

  • ท้องอืด เมื่อสัมผัสท้องจะมีอาการเจ็บปวด

 

  • ปวดท้องส่วนบน 2-3 วัน และจะมีอาการรุนแรงขึ้น ในขณะรับประทานอาหาร

 

  • อาจมีการปวดท้องลามไปยังบริเวณหลัง

 

  • อาการดีซ่าน

 

  • ภาวะขาดน้ำ

 

  • สามารถเกิดการช็อกได้

 

ตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง

           

  • ปวดท้องส่วนบนตลอดเวลา หรืออาจจะเป็นๆ หายๆ

           

  • อุจจาระเป็นสีเทา มีกลิ่นเหม็น เนื่องจากมีไขมันออกมามาก

           

  • น้ำหนักลดลงผิดปกติ เพราะร่างกายไม่สามารถดูดซึมสารอาหารได้

 

 

การวินิจฉัยตับอ่อนอักเสบ

 

การตรวจเลือดทางห้องปฏิบัติการ

           

  • ตรวจการทำงานของตับ

           

  • ตรวจเอนไซม์จากตับอ่อน

           

  • ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด

           

  • หาความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC)

 

การตรวจอุจจาระ

           

  • เพื่อวัดระดับของไขมัน เห็นการดูดซึมสารอาหาร

 

การทำอัลตราซาวด์ช่องท้อง

 

  • เพื่อตรวจหานิ่วในถุงน้ำดี และการอักเสบของตับอ่อน

 

การทำอัลตราซาวด์ทางเดินอาหาร

 

  • เพื่อตรวจหาการอักเสบ และการปิดกั้นในท่อตับอ่อน หรือท่อน้ำดี

 

การตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan)

           

  • เพื่อตรวจหานิ่วในถุงน้ำดี และประเมินขอบเขตการอักเสบของตับอ่อน

 

การตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)

 

  • เพื่อตรวจหาความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับถุงน้ำดี ตับอ่อน และท่อตับอ่อน

 

 

การรักษาตับอ่อนอักเสบ

 

ตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน

 

ตับอ่อนอักเสบชนิดเฉียบพลันมักเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วัน อาการของผู้ป่วยจะดีขึ้น และหายเป็นปกติหลังรับการรักษาประมาณ 1-2 สัปดาห์ โดยผู้ป่วยจะต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล งดน้ำ งดอาหาร และแพทย์จะทำการรักษาดังนี้

 

  • การให้สารน้ำผ่านทางหลอดเลือด

 

  • ให้ยาบรรเทาอาการปวด

 

  • หากเนื้อเยื่อตับอ่อนของผู้ป่วยตาย และเกิดการติดเชื้อ แพทย์จะทำการผ่าตัดเนื้อเยื่อที่เสียหายนี้ออกไป

 

  • การผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี หรือนำถุงน้ำดีออก

 

  • หากผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง จะต้องเข้ารักษาที่ห้องไอซียู (ICU)

 

ตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง

           

  • การปรับโภชนาการ เช่น ลดอาหารที่มีไขมันสูง งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และงดสูบบุหรี่

           

  • การได้รับเอนไซม์ของตับอ่อน

 

  • การได้รับอินซูลิน

 

  • การผ่าตัดระบายเอนไซม์ หรือฮอร์โมนของตับอ่อน  เพื่อบรรเทาอาการปวดท้อง

 

 

Pancreatitis

 

 

การป้องกันตับอ่อนอักเสบ

 

  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น อาหารประเภทไขมันต่ำ

 

  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

 

  • หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการสูบบุหรี่

 

  • ก่อนใช้ยาควรปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกรก่อนทุกครั้ง

 

  • หากเป็นโรคนิ่วในถุงน้ำดี ควรรักษาให้หายขาด

 

 

ตับอ่อนเป็นอวัยวะที่ผลิตเอนไซม์ช่วยย่อยอาหาร และผลิตฮอร์โมนที่ควบคุมการทำงานของน้ำตาลในร่างกาย หากตับอ่อนอักเสบ หรือเกิดการผิดปกติ จะส่งผลกระทบต่อระบบต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น ระบบทางเดินอาหาร ต่อมไร้ท่อ  และระบบภูมิคุ้มกัน ดังนั้นควรหมั่นสังเกตอาการ ลดพฤติกรรมเสี่ยง และตรวจสุขภาพเป็นประจำ จะทำให้ห่างไกลจากโรคตับอ่อนอักเสบได้

 

 

 


เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

 

 

ผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีแบบส่องกล้อง

 

 

โปรแกรมตรวจคัดกรองโรคไวรัสตับอักเสบ และคัดกรองโรคตับ