แพ้ท้อง
แพ้ท้องอยู่ใช่ไหม คุณแม่มือใหม่ต้องรู้อะไรบ้าง

 

สำหรับคุณแม่มือใหม่หลายคนที่เพิ่งรู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์ อาจเจอกับอาการแพ้ท้องที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งทำให้รู้สึกกังวลและสงสัยกับตัวเองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันปกติไหม บทความนี้จะพาคุณแม่ไปทำความรู้จักกับอาการแพ้ท้องอย่างครบถ้วน พร้อมวิธีดูแลตัวเองที่ถูกต้องและปลอดภัยทั้งแม่และลูก

 

 

แพ้ท้องอยู่ใช่ไหม คุณแม่มือใหม่ต้องรู้อะไรบ้าง

 

อาการแพ้ท้อง (Morning Sickness) เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในหญิงตั้งครรภ์ โดยเฉพาะช่วง 3 เดือนแรก ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายกำลังปรับตัวเข้ากับการตั้งครรภ์ อาการนี้มักแสดงออกมาในรูปแบบของความรู้สึกคลื่นไส้ อาเจียน ถึงแม้จะเรียกว่า “Morning Sickness” แต่อาการดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดทั้งวัน

 

สำหรับคุณแม่หลายคนอาจคิดว่าอาการแพ้ท้องเป็นสิ่งที่น่ารำคาญ แต่อาการแพ้ท้องกลับเป็นสัญญาณดี ที่แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของครรภ์ที่เหมาะสม เนื่องจากเป็นผลมาจากการสร้างฮอร์โมนที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์

 

 

อาการแพ้ท้องเกิดจากอะไร

 

อาการแพ้ท้องมักเกิดขึ้นกับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ โดยเฉพาะลูกคนแรกจะยิ่งมีโอกาสเป็นสูงขึ้น โดยสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการนั้นยังไม่ชัดเจน เบื้องต้นอาจมีความน่าจะเป็นจากหลายสาเหตุ ได้แก่

 

  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่มาจากเด็กทารกในครรภ์และรกทำให้ปริมาณฮอร์โมนเพิ่มมากขึ้น เช่น ฮอร์โมน hCG, ฮอร์โมนเอสโตรเจน หรือฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน เป็นต้น

 

ความเครียด

 

  • อาจเกิดจากสภาวะทางด้านจิตใจที่มีความเครียด สภาวะทางอารมณ์ของคุณแม่ในช่วงตั้งครรภ์ มีผลต่ออาการแพ้ท้องได้

 

  • สัญชาตญาณการต่อต้านอาหารที่อาจส่งผลต่อเด็กในครรภ์จึงทำให้เหม็นกลิ่นอาหาร ทฤษฎีหนึ่งอธิบายว่า อาการแพ้ท้องอาจเป็นกลไกป้องกันตามธรรมชาติของร่างกาย เพื่อหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่อาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ ในช่วงที่อวัยวะต่าง ๆ กำลังเจริญเติบโต จึงทำให้คุณแม่มีความไวต่อกลิ่นและรสชาติมากขึ้น

 

 

ปัจจัยเสี่ยงของการแพ้ท้อง

 

  • เพิ่งตั้งครรภ์ครั้งแรก

 

  • ตั้งครรภ์แฝด เนื่องจากมีฮอร์โมนสูงมาก

 

  • มีประวัติแพ้ท้องรุนแรงในครรภ์ก่อนหน้า

 

  • คุณแม่มีน้ำหนักตัวมาก

 

 

อาการแพ้ท้องมีอะไรบ้าง

 

โดยทั่วไปแล้วจะพบว่าคุณแม่เริ่มมีอาการแพ้ท้องรุนแรงในช่วงสัปดาห์ที่ 4-6 และอาการจะค่อย ๆ บรรเทาลงเมื่อผ่านเข้าสู่สัปดาห์ที่ 12-14 อาการแพ้ท้องสามารถเกิดขึ้นได้จนกว่าจะคลอด โดยมักแสดงออกมาอย่างเด่นชัด ดังนี้

 

  • คลื่นไส้อยากอาเจียน

 

เวียนหัว

 

  • เวียนหัว

 

  • รู้สึกแสบลิ้นปี่

 

  • เหม็นกลิ่นสิ่งต่าง ๆ เช่น กลิ่นอาหาร เป็นต้น

 

  • เบื่ออาหาร 

 

  • อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย 

 

 

 

เคล็ดลับแก้อาการแพ้ท้อง

 

  • เหม็นอาหารแก้ด้วยการแบ่งกิน: แบ่งการทานอาหารให้มีจำนวนมื้อที่มากขึ้น แต่ละมื้อให้ทานในปริมาณที่น้อยลงไม่ควรฝืนกินหากมีอาการเหม็น นอกจากนี้การกินอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ๆ จะทำให้มีกลิ่นแรง จึงควรรอให้อาหารเย็นลงก่อนเพื่อไม่ให้กลิ่นรุนแรงมากจนเกินไป

 

  • อย่าเสี่ยงสิ่งกระตุ้น: หากรู้ตัวว่ากลิ่นอาหารชนิดใด หรือร่างกายตอบสนองต่ออะไรบ้าง ควรหลีกเลี่ยงสิ่งนั้นเพื่อลดอาการแพ้ท้อง  ให้พยายามพาตนเองมาอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ตนชื่นชอบจะดีที่สุด

 

  • ให้ความสำคัญกับการพักผ่อน: ในช่วงตั้งครรภ์ไม่ว่าจะมีอาการแพ้ท้องหรือไม่การพักผ่อนให้เพียงพอเป็นสิ่งสำคัญ พยายามอย่าเข้านอนดึก ประกอบกับพยายามทำกิจกรรมที่ก่อให้เกิดความผ่อนคลาย นอกจากนี้ควรทานน้ำเยอะ ๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำด้วย

 

  • ทานยาบำรุงและวิตามินอย่างถูกต้อง: ไม่ควรซื้อมากินเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะยาบางชนิดอาจไม่ปลอดภัยต่อทารกในครรภ์

 

 

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อแพ้ท้อง

 

  • อาหารที่มีกลิ่นแรงหรือฉุน

 

  • อาหารรสจัด เผ็ด หรือเค็มมาก

 

 

  • อาหารที่มีรสหวาน เช่น เค้ก ขนม น้ำอัดลม

 

  • อาหารดิบหรือไม่สุกดี เช่น ซูชิ ก้อย ลาบดิบ เป็นต้น

 

  • เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนสูง

 

  • อาหารที่มีกลิ่นบูดหรือหมักนาน

 

 

เรื่องน่ารู้: ทำไมผู้ชายจึงมีอาการแพ้ท้องแทนภรรยา ?

 

แพ้ท้องแทนภรรยา

 

เราอาจพูดกันติดปากว่า “แพ้ท้องแทนเมีย” เป็นอาการที่ผู้ชายแพ้ท้องคล้ายกับผู้หญิงอาการนี้เรียกว่า “Couvade Syndrome” สำหรับที่มาของอาการยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่มีการคาดการว่ามาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเมื่อรู้ว่าจะมีบุตร อารมณ์ความรู้สึกวิตกกังวล และอาจเกิดเกี่ยวเนื่องกับจิตวิทยา กรณีที่รับรู้ถึงความต้องการมีลูกของภรรยา หรือมีลูกหลังภาวะมีลูกยาก เป็นต้น

 

การรับมืออาการแพ้ท้องแทนภรรยา

 

สำหรับคุณพ่อที่มีอาการแพ้ท้องแทนภรรยา ไม่ควรถูกล้อเลียนหรือดูถูก เพราะอาการเหล่านี้เป็นเรื่องจริงและจะหายไปเอง เมื่อคุณแม่คลอดบุตร ควรให้การช่วยเหลือหรือสนับสนุน และทำความเข้าใจกัน หากอาการรุนแรงอาจปรึกษาแพทย์ได้

 

 

อาการแพ้ท้อง เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในหญิงตั้งครรภ์ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ แม้ว่าจะเป็นอาการที่ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ แต่ก็เป็นสัญญาณที่ดี การดูแลอย่างถูกต้องจะช่วยให้คุณแม่ผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปได้ อย่างไรก็ตามหากมีอาการรุนแรงผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์ทันทีเพื่อรับการดูแลที่เหมาะสม



เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง 

 

สูตินรีเวช

 

โปรแกรมคลอด และฝากครรภ์

 

ท้องหรือไม่ดูอย่างไร (ฉบับ Update ปี 2569)