FAQ รวมโปรแกรมตรวจคัดกรองโรค
FAQ รวมโปรแกรมตรวจคัดกรองโรค

โปรแกรมตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคเบาหวาน

 

 

Q : หากสงสัยว่าเป็นโรคเบาหวาน หรืออยากตรวจเกี่ยวกับโรคเบาหวานต้องเลือกโปรแกรมไหน
 

A : โปรแกรมตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคเบาหวาน ราคา 990 บาท รวมค่าแพทย์และค่าบริการ ก่อนเข้ามารับบริการรบกวนงดอาหาร และเครื่องดื่ม 8-12 ชม.

 

 

Q : โปรแกรมคัดกรองโรคเบาหวาน มีรายการตรวจอะไรบ้าง


A : โปรแกรมคัดกรองโรคเบาหวานมีรายการตรวจ ดังนี้ การตรวจหาระดับน้ำตาลในเลือด ตรวจระดับไขมันความหนาแน่นสูง (ชนิดดี) ตรวจระดับไขมันความหนาแน่นสูง (ชนิดไม่ดี) โปรแกรมคัดกรองโรคเบาหวาน ตรวจการทำงานของไต ตรวจหาระดับน้ำตาลสะสมในเลือด เป็นต้น เป็นการตรวจหาดูว่ามีการทำงานผิดปกติหรือไม่

 

 

Q: ใครบ้างที่ควรตรวจคัดกรองโรคเบาหวาน


A : ผู้ที่ช่วงอายุตั้งแต่ 19-44 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีน้ำหนักเกิน และผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน มีพ่อแม่ หรือพี่น้องเป็นเบาหวาน และผู้ที่อ้วนมากโดยเฉพาะอ้วนลงพุง

 

 

Q: เด็กตรวจได้หรือไม่


A : เด็กไม่สามารถเข้าโปรแกรมนี้ได้ ต้องพบแพทย์ทางด้านกุมารเวชเพื่อรับการวินิจฉัย โดยจะมีค่าแพทย์และบริการรพ.เริ่มต้น 1,000 บาทขึ้นไป

 

 

Q : ซื้อแล้วตรวจได้เลย และรับผลการตรวจได้เลยหรือไม่


A : หากท่านซื้อโปรแกรมพร้อมลงทะเบียน ตั้งแต่เวลา 08.00-15.00 น.สามารถเข้ารับบริการ และผลตรวจได้ในวันเดียวกัน ได้ที่ศูนย์ตรวจสุขภาพ อาคาร A ชั้น 2

 

 

Q : ระยะเวลาในการตรวจ และรับผลตรวจใช้เวลาทั้งสิ้นกี่ชั่วโมง


A : ระยะเวลาการตรวจพร้อมรับผลการตรวจจะใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง (ระยะเวลาอาจคลาดเคลื่อนขึ้นอยู่กับจำนวนผู้เข้ารับบริการในวันนั้น)

 

 

Q : มีประจำเดือนตรวจได้หรือไม่


A : หากมีรายการตรวจปัสสาวะ จะไม่สามารถเข้าตรวจโปรแกรมนี้ได้ หากต้องการตรวจต้องรอให้ประจำเดือนหมด 5-7



โปรแกรมตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคไทรอยด์

 

 

Q : สงสัยว่าตนเป็นไทรอยด์ หรืออยากตรวจเกี่ยวกับไทรอยด์ต้องเลือกโปรแกรมไหน


A : โปรแกรมตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคเบาหวาน ราคา 890 บาท รวมค่าแพทย์ และค่าบริการแล้ว ก่อนเข้ามารับบริการรบกวนงดอาหาร และเครื่องดื่ม 8-12 ชม.

 

 

Q : โปรแกรมคัดกรองโรคไทรอยด์ ตรวจอะไรบ้าง


A : ตรวจเลือดเพื่อเช็กการทำงานของต่อมไทรอยด์ เช่น ตรวจปริมาณ และการทำงานของฮอร์โมนไทรอยด์ T3 และ T4  FeeT 4 ในเลือด

 

 

Q : ระยะเวลาในการตรวจ และรับผลตรวจใช้เวลาทั้งสิ้นกี่ชั่วโมง


A : ระยะเวลาการตรวจพร้อมรับผลการตรวจจะใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง (ระยะเวลาอาจคลาดเคลื่อนขึ้นอยู่กับจำนวนผู้เข้ารับบริการในวันนั้น)

 

 

Q : อาการหรือกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคไทรอยด์


A 1 : ไฮเปอร์ไทรอยด์ ต่อมไทรอยด์มีการสร้างฮอร์โมนไทรอยด์มากเกินไป อาการที่พบได้คือ  เหนื่อยง่าย เหงื่อออกเยอะ ใจสั่น ขี้ร้อน น้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว ประจำเดือนมาน้อย ผิวหน้าขรุขระ แขนขาอ่อนแรง

A 2 : ไฮโปรไทรอยด์ ต่อมไทรอยด์สร้างฮอร์โมนน้อยเกินไป  อาการที่พบได้คือ คิดช้า เฉื่อยชา ง่วงนอน ขี้หนาว ผมร่วง ผิวแห้งกร้าน ตัวบวม หน้าบวม เป็นตะคริวบ่อย ท้องผูก ถ้ารักษาตัวช้าอาจส่งผลต่อระดับไขมันในเส้นเลือด และหัวใจได้

 

 

โปรแกรมตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบ

 

 

Q : ทำไมต้องตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบ


A : ตรวจเพื่อคัดกรองเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบีและซี เพื่อป้องกันการเกิดโรคมะเร็งตับในอนาคต

 

 

Q : ใครบ้างที่ควรตรวจ


A : ตรวจไวรัสตับอักเสบ เหมาะกับกลุ่มผู้ที่ต้องการตรวจดูการติดเชื้อ หรือดูภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบ ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งชายและหญิง หรือบุคคลในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคมะเร็งตับ หรือกลุ่มที่มีควาามเสี่ยง เช่น ไวรัสตับอักเสบบี การติดต่อจากเลือด เพศสัมพันธ์ น้ำลาย และไวรัสตับอักเสบซี การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน การติดต่อจากเลือดและเพศสัมพันธ์  เป็นต้น

 

 

Q : โปรแกรมตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบตรวจอะไรบ้าง


A : คัดกรองไวรัสตับอักเสบ  ซึ่งมีรายการตรวจหลัก ๆ คือ ตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ตรวจหาภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบบี ตรวจหาปฏิกิริยาต่อไวรัสตับอักเสบชนิดซี

 

 

Q : ระยะเวลาในการตรวจ และรับผลตรวจใช้เวลาทั้งสิ้นกี่ชั่วโมง


A : ระยะเวลาการตรวจพร้อมรับผลการตรวจจะใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง (ระยะเวลาอาจคลาดเคลื่อนขึ้นอยู่กับจำนวนผู้เข้ารับบริการในวันนั้น)

 

แพคเกจที่เกี่ยวข้อง

 

 

 

โปรแกรมตรวจคัดกรองโรคตับ

 

 

Q : ตรวจคัดกรองโรคตับตรวจเพื่ออะไร


A : ตรวจเพื่อหาความผิดปกติการทำงานของตับ และการหาเชื้อไวรัสตับอักเสบบีอย่างละเอียด เพื่อป้องกันการเกิดโรคตับ และมะเร็งตับในอนาคต

 

 

Q : ใครบ้างที่ควรตรวจ


A : บุคคลที่มีความเสี่ยง ได้แก่ ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ, ผู้ป่วยโรคตับ หรือสงสัยว่าตนเองจะเป็นโรคตับ เช่น ไวรัสตับอักเสบ, ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคมะเร็งตับ หรือไวรัสตับอักเสบ เป็นต้น

 

 

Q : โปรแกรมตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบตรวจอะไรบ้าง


A : ตรวจการทำงานของตับ ตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็งตับ ตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ตรวจหาภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบบี เป็นต้น เป็นการตรวจดูว่ามีการทำงานผิดปกติ หรืออาจนำไปสู่ โรคมะเร็งตับ หรือ ตับแข็งหรือไม่

 

 

Q : ระยะเวลาในการตรวจ และรับผลตรวจใช้เวลาทั้งสิ้นกี่ชั่วโมง


A : ระยะเวลาการตรวจพร้อมรับผลการตรวจจะใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง (ระยะเวลาอาจคลาดเคลื่อนขึ้นอยู่กับจำนวนผู้เข้ารับบริการในวันนั้น)

 

แพคเกจที่เกี่ยวข้อง

 

 

 

โปรแกรมตรวจคัดกรองมะเร็งตับ

 

 

Q : ตรวจคัดกรองโรคมะเร็งตับ


A : ตรวจเพื่อหาความผิดปกติการทำงานของตับ และการหาเชื้อไวรัสตับอักเสบบีอย่างละเอียด เพื่อป้องกันการเกิดโรคตับและมะเร็งตับในอนาคต 

 

 

Q : บุคคลที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งตับ


A : บุคคลที่มีความเสี่ยง ได้แก่ ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เป็นระยะเวลานาน, การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบทั้งชนิดบีและซี ,โรคทางพันธุกรรม และเมตาบอลิกต่าง ๆ เช่น โรคเบาหวาน

 

 

Q : โปรแกรมตรวจคัดกรองมะเร็งตับตรวจอะไรบ้าง


A : ตรวจการทำงานของตับ ตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็งตับ ตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ตรวจหาภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบบี และอัลตราซาวด์ช่องท้องบน เป็นต้น เป็นการตรวจหาดูว่ามีการทำงานผิดปกติหรือไม่หรืออาจนำไปสู่ โรคมะเร็งตับ หรือ ตับแข็งได้

 

 

Q : การเตรียมตัวระยะเวลาในการตรวจและรับผลการตรวจกี่ชั่วโมง


A : การเตรียมตัวก่อนเข้ารับบริการตรวจ ได้แก่ งดน้ำงดอาหารล่วงหน้าอย่างน้อย 4-6 ชั่วโมง เพื่อเข้ารับบริการเจาะเลือด และอัลตราซาวด์ การตรวจจะใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง (ระยะเวลาอาจคลาดเคลื่อนขึ้นอยู่กับจำนวนผู้เข้ารับบริการในวันนั้น)


 

โปรแกรมตรวจคัดกรองโรคไต

 

 

Q : ตรวจคัดกรองโรคไตตรวจเพื่ออะไร


A : ตรวจเพื่อดูการทำงานของไต เพื่อป้องกันการเกิดโรคไตในอนาคต

 

 

Q : ใครบ้างที่ควรตรวจ


A : ผู้ที่มีอาการ หนังตา ใบหน้า เท้า ขา และลำตัวบวม ,ปวดหลัง คลำเจอก้อนบริเวณไต, ปัสสาวะผิดปกติ เป็นฟอง/เลือด/ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน เป็นต้น

 

 

Q : โปรแกรมตรวจคัดกรองโรคไตตรวจอะไรบ้าง


A : หากท่านกังวลใจ ท่านสามารถตรวจคัดกรองโรคไต คือตรวจการทำงานของไต BUN ตรวจการทำงานของไต Creatinine ตรวจโปรตีน เป็นต้น เป็นการตรวจหาดูว่ามีการทำงานผิดปกติหรือไม่หรืออาจนำไปสู่โรคไต

 

 

Q : ระยะเวลาในการตรวจ และรับผลตรวจใช้เวลาทั้งสิ้นกี่ชั่วโมง


A : ระยะเวลาการตรวจพร้อมรับผลการตรวจจะใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง (ระยะเวลาอาจคลาดเคลื่อนขึ้นอยู่กับจำนวนผู้เข้ารับบริการในวันนั้น)

 

แพคเกจที่เกี่ยวข้อง

 

 

 

โปรแกรมคัดกรองโรคปวดศีรษะ

 

 

Q : ตรวจคัดกรองโรคปวดศีรษะ เพื่ออะไร


A : เพื่อหาสาเหตุการปวดศีรษะ หรือมีอาการปวดศีรษะบ่อย ๆ และเพื่อป้องการเกิดโรคทางสมอง เช่น หลอดเลือดสมอง และสมองเสื่อมได้ในอนาคต

 

 

Q : ใครบ้างที่ควรตรวจ


A : อาการปวดศีรษะที่ควรเข้าพบแพทย์ ได้แก่ ปวดศีรษะ ทานยาแล้วแต่อาการยังไม่ดีขึ้น ปวดศีรษะแบบเรื้อรังเป็น ๆ หาย ๆ ปวดหัวแบบไม่เคยเป็นมาก่อน ปวดหัวข้างเดียว หรือสองข้าง ปวดหัวตุบ ๆ ตลอดเวลาจนรบกวนชีวิตประจำวัน เป็นต้น


 

Q : โปรแกรมตรวจคัดกรองโรคปวดศีรษะอะไรบ้าง


A : ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด ตรวจหาระดับไขมันความหนาแน่นต่ำ (ชนิดไม่ดีและชนิดดี) ตรวจการทำงานของไต ตรวจหาการตกตะกอนของเม็ดเลือดแดง การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เป็นต้น เป็นการตรวจหาดูว่ามีการทำงานผิดปกติหรือไม่

 

 

Q : ระยะเวลาในการตรวจและรับผลการตรวจกี่ชั่วโมง


A : ระยะเวลาการตรวจพร้อมรับผลการตรวจจะใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง (ระยะเวลาอาจคลาดเคลื่อนขึ้นอยู่กับจำนวนผู้เข้ารับบริการ)

 

แพคเกจที่เกี่ยวข้อง

 

 

 

โปรแกรมคัดกรองความเสี่ยงโรคสมองเสื่อม

 

 

Q : คัดกรองความเสี่ยงโรคสมองเสื่อมคืออะไร
 

A : เป็นโปรแกรมคัดกรองเพื่อป้องกันการเกิดโรคสมองเสื่อม และแนะแนววิธีการดูแลสุขภาพตนเอง รวมถึงการป้องกันการเกิดโรคในอนาคต

 

 

Q: ใครบ้างที่ควรตรวจ


A : ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญคืออายุ ผู้ที่ควรตรวจ คือ ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ทั้งยังมีปัจจัยอื่น ๆ เช่น มีการหลงลืมที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ความสามารถในการตัดสินใจลดลงหรือสูญเสียไป รู้สึกว่าอารมณ์และบุคลิกภาพเปลี่ยนแปลงไป เช่น ดูสับสน วิตกกังวล หวาดกลัว เป็นต้น

 

 

Q: โปรแกรมคัดกรองความเสี่ยงโรคสมองเสื่อมตรวจอะไรบ้าง


A : ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด ตรวจหาระดับไขมันความหนาแน่นต่ำ (ชนิดไม่ดีและชนิดดี) ตรวจการทำงานของไต ตรวจหาเชื้อซิฟิลิส ตรวจการทำงานของต่อมไทรอยด์ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เป็นต้น

 

 

Q : ระยะเวลาในการตรวจ และรับผลการตรวจกี่ชั่วโมง


A : ระยะเวลาการตรวจพร้อมรับผลการตรวจจะใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง (ระยะเวลาอาจคลาดเคลื่อนขึ้นอยู่กับจำนวนผู้เข้ารับบริการ)

 

แพคเกจที่เกี่ยวข้อง

 

 

 

ตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วยเครื่อง CT Scan

 

 

Q : ทำไมต้องตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วย เครื่อง CT Scan


A : เพื่อตรวจหาสาเหตุของการเกิดมะเร็งปอดแบบเจาะลึก หรือผู้ที่พบความผิดปกติจากการตรวจเอกซเรย์ปอด โดยการตรวจด้วยเครื่อง CT Scan ซึ่งจะได้ผลที่เจาะลึกได้มากกว่า

 

 

Q : ใครบ้างที่ควรตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วย เครื่อง CT Scan


A : ผู้ที่สูบบุหรี่อย่างต่อเนื่อง หรือหยุดสูบบุหรี่น้อยกว่า 15 ปี หรือผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับคนสูบบุหรี่ ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวป่วยเป็นโรคมะเร็งปอด ผู้ที่ได้รับสารพิษจากสิ่งแวดล้อม เช่น สารกัมมันตรังสี ฝุ่นไอระเหยจากโลหะต่าง ๆ เป็นต้น

 

 

Q : ตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วยเครื่อง CT Scan ตรวจอะไรบ้าง


A : การตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วยเครื่อง CT Scan จะอ่านผลด้วยระบบคอมพิวเตอร์ อาจมีผู้ป่วยบางรายจำเป็นต้องทำการฉีดสีเพิ่มเติม เพื่อดูโรคได้ละเอียดขึ้น

 

 

Q : ตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วยเครื่อง CT Scan ต้องฉีดสีทุกคนหรือไม่


A : การฉีดสีจะขึ้นอยู่กับอาการและโรคของผู้ป่วย ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ด้วย

 

 

Q : ตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วยเครื่อง CT Scan อันตรายหรือมีผลต่อร่างกายหรือไม่


A : เครื่อง CT SCAN อาจมีการปล่อยรังสีออกมา แต่จะมีปริมาณน้อยมากจึงไม่มีผลต่อร่างกายของผู้ป่วย และระหว่างการตรวจ CT Scan จะมีแพทย์คอยดูแลตลอดการตรวจ

 

 

Q : ระยะเวลาในการตรวจและรับผลการตรวจกี่ชั่วโมง


A : ระยะเวลาในการตรวจพร้อมรับผลการตรวจจะใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง (อาจคลาดเคลื่อนได้ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้เข้ารับบริการ)

 

แพคเกจที่เกี่ยวข้อง

 

 

 

โปรแกรมตรวจสุขภาพปอด

 

 

Q : โปรแกรมตรวจปอด X-ray ตรวจอะไรบ้าง


A : โปรแกรมตรวจสุขภาพปอดเป็นการตรวจดูว่ามีการทำงานผิดปกติหรือไม่ หรือตรวจหาวัณโรคปอด

 

 

Q : ใครบ้างที่ควรตรวจ


A :  เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการตรวจความผิดปกติของปอด หรือผู้ที่สูบบุหรี่ ผู้ที่มีโรคปอดเรื้อรัง ซึ่งอาจมีการทำลายเนื้อปอด และหลอดลม เช่น โรคหอบหืด

 

 

Q : โปรแกรมตรวจสุขภาพปอด ตรวจอะไรบ้าง


A : ตรวจปอดและหัวใจด้วยเครื่องเอกซเรย์และพบแพทย์เพื่อฟังผลตรวจ

 

 

แพคเกจที่เกี่ยวข้อง