A-NAN CHARTSIRIPATTANA
Dr.A-NAN CHARTSIRIPATTANA
Specialist : Anaesthetist
section :
ทำการนัดหมายแพทย์ท่านนี้
Profile
Education
- Faculty of Medicine Mahidol university
year 2553

Degree
- Anaesthetist of Siriraj
year 2558

Schedule (2021-07-26 ถึง 2021-08-01)
SUN
MON
TUE
WED
THU
FRI
SAT

 Article

คำขอบคุณคือแรงบันดาลใจ

 

          “ตอนเด็กเคยไม่สบายแล้วไปคลินิก ระหว่างรอรับการรักษาเจอกับเหตุการณ์ที่เป็นจุดเริ่มต้น คือ ลูกสาวของครอบครัวหนึ่งได้พูดขอบคุณหมอที่ช่วยรักษาคุณแม่จนหายดี ซึ่งเราเองขนาดเป็นแค่คนนั่งฟัง ไม่ใช่หมอที่ทำการรักษายังรู้สึกดีไปด้วย นั่นจึงเป็นภาพติดตามาตลอดว่าการเป็นหมอน่าภาคภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือคน และกลายเป็นความฝันของเรามาตลอดว่า ฉันต้องเป็นหมอ

 

ผลจากความทุ่มเทตั้งใจ

 

          “โดยส่วนตัวเป็นคนเรียนไม่ค่อยเก่ง อยู่ในระดับปานกลาง แต่เราตั้งเป้าหมายในชีวิตว่าต้องเรียนหมอให้จบ เราจึงทุ่มเทตั้งใจมากกว่าเดิม จนสำเร็จการศึกษาจากคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช เรารู้สึกโชคดีที่ครอบครัวไม่เคยกดดัน ไม่เคยบังคับ ทำให้เราไม่ต้องมีแรงกดดันในส่วนนี้เลย”  

 

หลงเสน่ห์งานวิสัญญีแพทย์

 

          “เริ่มแรกยังไม่รู้ว่าตัวเองอยากเป็นแพทย์ด้านไหน จนได้มาสัมผัสกับงานวิสัญญีแพทย์ หรือบางคนเรียกว่าหมอดมยา  เรารู้สึกว้าว ได้ทำหัตถการ รู้สึกสนุกไปกับงานตรงนี้ และสิ่งที่ชัดเจนที่สุดซึ่งหมอสายอื่นอาจทำไม่ได้ คือเรื่องของความปวด เพราะวิสัญญีแพทย์เป็นแพทย์ที่จัดการความปวดได้ดีที่สุด เรียกว่าเป็นต้นตำรับของแพทย์ด้านนี้เลยก็ว่าได้ จากที่คนไข้กำลังเจ็บปวดไม่ว่าจะส่วนใดก็ตาม หลังได้รับการรักษาจากวิสัญญีแพทย์แล้ว ความเจ็บปวดนั้นก็บรรเทาและหายไป ยกตัวอย่างเรื่องผ่าคลอดแต่ทำไมไม่เจ็บ หลายคนคงคิดว่าหมอฝีมือดีผ่าตัดเก่ง แต่ความจริงในเบื้องหลังที่น้อยคนที่จะรู้คือ เป็นเพราะวิสัญญีแพทย์ที่ฉีดยาชาเข้าที่หลังหรือเรียกว่าการบล็อกหลังนั่นเอง ที่ช่วยให้คนไข้ไม่รู้สึกเจ็บขณะผ่าตัดและหลังผ่าตัด หรือการผ่าตัดในส่วนอื่น ๆ ก็เช่นเดียวกัน” 

 

งานปิดทองหลังพระ

 

“การเป็นวิสัญญีแพทย์ ความยากจะอยู่ตรงที่เราไม่สามารถพูดคุยหรือรับรู้อาการจากคนไข้ได้โดยตรงเมื่อคนไข้หลับไปแล้ว การรักษาของวิสัญญีแพทย์จะดูสัญญาณชีพ การเต้นของหัวใจหรือชีพจร และองค์ประกอบหลาย ๆ อย่างจากร่างกายของคนไข้ วิสัญญีแพทย์จะดูแลคนไข้ก่อนผ่าตัด ระหว่างผ่าตัด และหลังการผ่าตัดเรียบร้อย ซึ่งอย่างที่กล่าวไปเบื้องต้นว่า คนไข้จะไม่ได้รับรู้ว่าในการผ่าตัดนั้น ๆ จะมีวิสัญญีแพทย์ที่คอยช่วยดูแลเรื่องของความเจ็บปวดให้กับเขาอยู่เบื้องหลัง 

เมื่อเริ่มแรกของการมาเป็นวิสัญญีแพทย์ ถามว่าเรามีความน้อยใจไหม ก็ตอบตรง ๆ ว่ามี เพราะหลังจากคนไข้หายเป็นปกติก็จะคิดถึงแต่หมอผ่าตัด เคยมีอาจารย์หมอท่านหนึ่งกล่าวไว้ว่า “จริง ๆ แล้ว การผ่าตัดคนไข้จะรอดหรือไม่รอดอยู่ที่วิสัญญีแพทย์ เพราะเป็นคนดูแลหัวใจของคนไข้”  ซึ่งจริง ๆ คนไข้ไม่รู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างระหว่างที่เขานอนหลับ ทำให้หมอมีความภาคภูมิใจในความเป็นวิสัญญีแพทย์มากขึ้น”

 

เคสหนักแค่ไหนก็ไม่หวั่น

 

          “จะเป็นเรื่องราวในสมัยที่ไปใช้ทุน คือคนไข้มาด้วยอาการลำไส้แตก โอกาสรอดมีเพียง 50-50  บวกกับการที่คนไข้อายุเยอะพอสมควร ถือว่าเป็นเคสที่ค่อนข้างหนัก พร้อมที่จะเสียชีวิตตลอดเวลา ซึ่งหากเป็นหมอคนอื่นอาจจะปฏิเสธการรักษาด้วยโอกาสรอดชีวิตน้อย แต่เราสู้ หมอผ่าตัดสู้ ทุกคนในห้องผ่าตัดสู้ เราพร้อมลุย เราทำทุกอย่างเต็มที่ สุดความสามารถที่เราทำได้ ผลสุดท้ายของเคสนี้คือ คนไข้รอดชีวิตมาได้ โดยหมอจะเป็นคนดูแลทุกส่วนของคนไข้ตลอดเวลาที่คนไข้อยู่ในห้อง ICU เพียงในระยะเวลาแค่ 2-3 อาทิตย์ คนไข้ก็สามารถกลับบ้านได้ หลังจากนั้นก็มีของฝากและคำขอบคุณจากคนไข้ ซึ่งตรงนี้ทำให้เรารู้สึกประทับใจและภูมิใจในการเป็นแพทย์มาก”

 

ปวดแค่ไหนก็ต้องหาย

          “ เจอหน้าหมอต้องหายปวด นี่คือสโลแกนประจำใจที่เราท่องไว้ตลอด ว่าต้องรักษาคนไข้ให้หาย เพราะเราจะมีความสุขมากเมื่อเห็นคนไข้หายปวด”

 

          จะเห็นได้ว่าการจะเป็นแพทย์ได้นั้นมีเพียงความฝันเพียงอย่างเดียวไม่พอ แต่จะต้องมีความมุ่งมั่น ความตั้งใจและความทุ่มเทมากมาย จนทำตามความมุ่งหมายได้สำเร็จ ได้เป็นคุณหมอช่วยชีวิตคนไข้มากมายในวันนี้