หากคุณรู้สึกง่วงนอนมากตลอดทั้งวันแม้จะนอนหลับเพียงพอแล้ว หรืออาจเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของโรคลมหลับ (Narcolepsy) ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ความปลอดภัย และการทำงานได้

โรคลมหลับ เป็นความผิดปกติทางระบบประสาทที่ส่งผลต่อการควบคุมวงจรการนอนหลับของร่างกาย ผู้ป่วยอาจมีอาการง่วงนอนอย่างรุนแรงในเวลากลางวัน และไม่สามารถควบคุมความง่วงได้ ทำให้เผลอหลับได้ทุกที่ ทุกเวลา แม้จะนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอตอนกลางคืนแล้วก็ตาม
ง่วงนอนปกติ: เกิดจากการนอนไม่พอ หรือทำงานหนัก สามารถฝืนร่างกายไม่ให้หลับได้ และอาการมักจะหายหลังจากได้รับการพักผ่อน
โรคลมหลับ: ง่วงนอนอย่างรุนแรงแม้จะนอนพอแล้ว ไม่สามารถฝืนตัวเองให้ตื่นได้ อาจเผลอหลับแบบฉับพลันโดยไม่มีอาการเตือนล่วงหน้า
ง่วงนอนมากกว่าปกติโดยเฉพาะในเวลากลางวัน และหลับโดยไม่รู้ตัว ซึ่งอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้
เผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว และอาจตื่นขึ้นมาโดยไม่รู้ว่าหลับไปเมื่อไหร่
สามารถหลับได้หลายครั้งต่อวัน
กล้ามเนื้ออ่อนแรง (Cataplexy) เนื่องจากการกระตุ้นทางอารมณ์ เช่น ความตื่นเต้น และการหัวเราะ เป็นต้น
.jpg)
อาการผีอำ (Sleep paralysis) คือ การที่ไม่สามารถขยับตัว และส่งเสียงได้ในขณะหลับ สร้างความตกใจแต่ไม่ได้เป็นอันตรายแต่อย่างใด
อาการร่วมอื่น ๆ เช่น ปวดศีรษะ, ซึมเศร้า, หลงลืมง่าย, ขาดสมาธิในการทำงาน, อ่อนเพลีย, เหนื่อยง่าย, นอนหลับกลางคืนไม่สนิท และตื่นบ่อย เป็นต้น
ในทางการแพทย์ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของโรคลมหลับ แต่ในผู้ป่วยหลายรายมักจะมีไฮโปเครติน (Hypocretin) หรือระดับสารเคมีในสมองที่ต่ำกว่าปกติ

ด้านความปลอดภัย: เสี่ยงต่ออุบัติเหตุสูงมาก โดยเฉพาะอุบัติเหตุจากการขับรถ หรืออาจหลับในขณะทำกิจกรรมที่ต้องใช้ความระมัดระวัง เช่น ทำอาหาร หรือในขณะที่ใช้เครื่องมืออยู่
ด้านการทำงานและเรียน: ไม่สามารถทำงานหรือเรียนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ขาดสมาธิ หลงลืมง่าย
ด้านความสัมพันธ์ทางสังคม: ไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมได้เต็มที่ อาจรู้สึกอยากแยกตัวจากสังคม เป็นต้น
ด้านสุขภาพกายและใจ: เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอ้วน เนื่องจากการเผาผลาญพลังงานน้อยลง, มีความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน โรคหัวใจ, อาจเกิดภาวะซึมเศร้า วิตกกังวลได้
ซักประวัติและตรวจร่างกาย เช่น คุณภาพการนอนหลับในเวลากลางคืน, ความถี่ในการหลับในเวลากลางวัน, ลักษณะและระยะเวลาของอาการง่วงนอน, ประวัติโรคในครอบครัว และยาที่รับประทานอยู่ เป็นต้น
ตรวจการนอนหลับ (Polysomnogram) เป็นการตรวจวัดคลื่นไฟฟ้าสมอง, คลื่นไฟฟ้าหัวใจ, คลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ, การเคลื่อนไหวของดวงตา, การหายใจขณะนอนหลับ และวัดระดับออกซิเจนในเลือด
ตรวจความง่วงนอน (Multiple Sleep Latency Test) การตรวจวัดระยะเวลาที่รู้สึกง่วง และเวลาที่หลับไปในช่วงกลางวัน โดยให้ผู้ป่วยงีบ ประมาณ 20 นาทีห่างกันทุก 2 ชั่วโมง จำนวน 4 - 5 รอบ และบันทึกผล
แม้ว่ายังไม่มีวิธีรักษาจนหายขาด แต่สามารถรักษาเพื่อบรรเทาอาการได้ด้วยวิธีการต่าง ๆ ดังนี้
การใช้ยา
การใช้ยายากระตุ้นการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง เช่น Methylphenidate, Amphetamine และ Modafinil
การปรับพฤติกรรม
ตื่นนอน และเข้านอนให้เป็นเวลา
ปรับสภาพแวดล้อมในห้องนอนให้เหมาะสมกับการนอน
ปรับสภาพร่างกายให้รู้สึกผ่อนคลายก่อนเข้านอน

ทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย เช่น อ่านหนังสือ ฟังเพลงเบา ๆ
หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก ๆ ก่อนนอน
งดหรือลดการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน แอลกอฮอล์ และบุหรี่
โรคลมหลับ เป็นความผิดปกติของการนอนหลับ ที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต แม้ว่ายังไม่มีวิธีการรักษาให้หายขาด แต่การวินิจฉัยและเข้ารับการรักษาที่เหมาะสม จะช่วยควบคุมอาการและทำให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตได้เป็นปกติสุขเช่นเดิม
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง