สายด่วน 24 ช.ม. : 02 718 1515

ข่าวสารและกิจกรรม

 

          หัวใจ (Heart) เป็นอวัยวะที่ทำงานไม่มีวันหยุด นอกจากนี้ หัวใจยังสามารถสร้างกระแสไฟฟ้าได้ด้วยตัวเอง เพื่อกระตุ้นให้มีการบีบตัวโดยระบบประสาทของหัวใจจะอยู่ในตำแหน่งขอบบนของหัวใจห้องบนขวา กระจายเป็นแนวไปกลางหัวใจ ลงสู่หัวใจห้องล่างทั้งสองข้างซ้ายขวา (หัวใจ:กายวิภาคหัวใจ) ทำให้เกิดการบีบตัวจากบนไปล่างอย่างสม่ำเสมอ หากการนำไฟฟ้าในหัวใจ เกิดอุปสรรค การบีบตัวก็จะผิดปรกติ เรียกโรค/ภาวะผิดปรกตินี้ว่า “โรค/ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือ โรค/ภาวะหัวใจเสียจังหวะ (Arrhythmia)” ซึ่งหัวใจ อาจเต้นเร็วเกินไป หรือช้าเกินไปก็ได้ ความรุนแรงขึ้นกับชนิดของการเต้นผิดจังหวะ ซึ่งจะส่งผลต่อการนำเลือดเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ทำให้เกิดอาการของการขาดเลือดที่ความรุนแรงต่างๆกันไป

          เนื่องจากหัวใจเต้นผิดจังหวะมีหลายชนิด ความรุนแรงต่างๆกันไป บางคนอาจไม่มีอาการอะไรเลย บางคนอาจ ใจสั่น หัวใจเต้นแรง หัวใจเต้นเร็ว วิงเวียน หน้ามืด เป็นลม อัมพฤกษ์ หรือ อัมพาต และ/หรือ หัวใจหยุดเต้น (Cardiac arrest) และเสียชีวิต

          หัวใจเต้นผิดปกติ อาจเต้นช้าเกินไป เช่น ในผู้ใหญ่ หัวใจเต้นในขณะพัก/ไม่ออกแรง น้อยกว่า 60 ครั้ง/นาที (ยกเว้นในนักกีฬาที่ฝึกซ้อมสม่ำเสมอสุขภาพแข็งแรง หัวใจอาจเต้นช้าได้มากๆ เช่น 50 ครั้ง/นาที ก็ยังถือว่าปกติ) โดยในคนปกติหัวใจช่วงไม่ออกแรง ควรเต้นประมาณ 60-75 ครั้ง/นาที ซึ่งถ้าหัวใจเต้นช้ามาก จะทำให้เลือดที่บีบจากหัวใจไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ส่งผลทำให้วิงเวียน หรือ หน้ามืดเป็นลมได้

          ส่วนหัวใจเต้นเร็ว หรือเกิน 80 ครั้ง/นาที ในผู้ใหญ่ขณะพัก/ไม่ออกแรงถือว่าเร็วกว่าปกติ นอกจากเต้นเร็วหรือช้าเกินไปแล้ว หัวใจอาจเต้นไม่สม่ำเสมอซึ่งจะยิ่งส่งผลให้เลือดที่บีบออกจากหัวใจไม่เพียงพอสำหรับเลี้ยงอวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะสมอง และตัวหัวใจเอง ทำให้ขาดเลือดจนส่งผลให้เกิดอาการต่างๆตามมาดังกล่าวในข้างต้นได้

          คนที่เสี่ยงจะเป็นโรคนี้ ได้แก่ คนแก่/ผู้สูงอายุ ยิ่งอายุมากโอกาสเกิดจะเพิ่มขึ้น คนที่มีโรคหัวใจ อยู่แล้ว เช่น โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด โรคลิ้นหัวใจตีบ โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน เป็นต้น เป็นโรคความดันเลือดสูง โรคเบาหวาน โรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษ โรคไขมันในเลือดสูง และมีความเครียดสูง

 

ที่มา     https://goo.gl/sVnJXz