สายด่วน 24 ช.ม. : 02 718 1515

ข่าวสารและกิจกรรม

 

 

ไม่น่าเชื่อว่าแต่ละปีคนไทยเราป่วยด้วยโรคไตกันเยอะมาก ดูสถิติจากสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยในปี 2560 พบว่า ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังกว่า 8 ล้านคน และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น 15-20% ต่อปี! โรคไตไม่ใช่ปัญหาเล็กๆ เลย แต่คนไทยเรามักคิดว่าโรคไตมันไกลตัว เลยไม่ค่อยจะสนใจโรคนี้กันสักเท่าไร...ทั้งที่โรคไตอาจเกิดขึ้นกับคุณได้

 

เรามารู้จักไตกันเถอะ

 

ไตเป็นอวัยวะสำคัญ ทำหน้าที่กรองของเสียออกจากกระแสเลือดแล้วขับออกมาทางปัสสาวะ ช่วยรักษาสมดุลของเหลวในร่างกายด้วยการควบคุมปริมาณน้ำและแร่ธาตุ ควบคุมความดันโลหิต รวมถึงผลิตฮอร์โมนต่างๆ ที่จำเป็นในการสร้างเม็ดเลือดแดงและเสริมสร้างกระดูก ถ้าไตถูกทำลายจะทำให้ความสามารถในการทำหน้าที่เหล่านี้ลดลงจนถึงขั้นทำงานไม่ได้อีกต่อไป หรือที่เรียกกันว่า ภาวะไตวาย เมื่อเกิดภาวะไตวาย ของเสียและน้ำจะคั่งค้างอยู่ในร่างกายผู้ป่วย เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน อ่อนแรง เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ ผิวแห้ง คัน กล้ามเนื้อเป็นตะคริวตอนกลางคืน ปัสสาวะลดลง ตัวบวม ตาบวม น้ำท่วมปอด หายใจไม่ถนัด นอนราบไม่ได้ ความดันโลหิตลดลง มีภาวะซีด เลือดจาง อาจถึงขั้นหมดสติและเสียชีวิตได้!

 

ควรรักษาอย่างไรเมื่อเป็นโรคไต

 

วิธีรักษาต้องเริ่มจากสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคเสียก่อน เช่น หยุดใช้ยาบางชนิดที่มีผลเสียกับไต ควบคุมความดัน เบาหวาน และอาหารที่ทำให้ปริมาณเกลือแร่ผิดปกติ นอกจากนี้ยังมีการรักษาแบบประคับประคองตามอาการ เช่น แพทย์อาจให้ยาบางชนิดเพื่อช่วยควบคุมปริมาณน้ำและเกลือแร่ ให้ยาขับปัสสาวะ เสริมวิตามินหรือธาตุเหล็กหากมีภาวะซีด รวมถึงฉีดฮอร์โมนกระตุ้นเม็ดเลือด แต่ในกรณีที่ผู้ป่วยมีภาวะไตวาย ทางเลือกในการรักษามีเพียงการบำบัดทดแทนไตเท่านั้น ซึ่งสามารถทำได้ 3 วิธี ได้แก่ การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (hemodialysis) การล้างไตทางผนังช่องท้อง (peritoneal dialysis) และการผ่าตัดปลูกถ่ายไต (kidney transplantation) 

 

ทุกวันนี้ การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะทำได้ทันทีโดยไม่ต้องรอการปลูกถ่ายอวัยวะ สามารถบำบัดในโรงพยาบาลภายใต้การดูแลของบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนลงได้ เช่น ผู้ป่วยอาจได้รับยาฆ่าเชื้อก่อนในกรณีที่มีโอกาสติดเชื้อ มีการตรวจติดตามความดันโลหิตและปริมาณเกลือแร่ในร่างกายเป็นระยะ มีการตรวจติดตามการเต้นของหัวใจในกรณีที่ผู้ป่วยมีความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ

 

การฟอกเลือดด้วยไตเทียมนั้นเหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ และไม่มีผู้ช่วยในการล้างไตด้วยตัวเองที่บ้าน, ผู้ป่วยเคยได้รับการผ่าตัดช่องท้องมาก่อน, มีโรคปวดหลังเรื้อรัง, มีภาวะไส้เลื่อนออกมาทางผนังหน้าท้อง และผู้ป่วยที่สะดวกเดินทางมายังศูนย์ไตเทียม โดยเฉลี่ยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง แต่ละครั้งใช้เวลา 4-5 ชั่วโมง

 

เตรียมตัวอย่างไรก่อนฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม

 

ก่อนฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ผู้ป่วยจะได้รับการเตรียมหลอดเลือดเพื่อใช้ในการฟอกเลือด ซึ่งมี 3 วิธีคือ การผ่าตัดนำหลอดเลือดดำต่อกับหลอดเลือดแดงบริเวณแขน หรือการทำ A-V fistula เพื่อให้หลอดเลือดดำใหญ่ขึ้น และมีแรงดันมากพอที่จะฟอกเลือด หลังผ่าตัดต้องรอประมาณ 2-3 เดือน เพื่อให้หลอดเลือดดำขยายตัวและมีความหนามากพอ, การผ่าตัดต่อหลอดเลือดดำกับหลอดเลือดแดงโดยใช้หลอดเลือดเทียมหรือ AV Graft หลังผ่าตัดอาจต้องรอประมาณ 1-2 สัปดาห์ก่อนการใช้งานหรือจนกว่าจะยุบบวม และการใส่สายสวนหลอดเลือดเข้าไปในหลอดเลือดดำขนาดใหญ่ เพื่อต่อกับเครื่องไตเทียม สามารถใช้งานได้ทันทีหลังการใส่สาย

 

ในบ้านเรามีสถานพยาบาลหลายแห่งที่ให้การดูแลรักษาผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง หนึ่งในนั้นคือ ศูนย์ไตเทียม โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ที่เปิดให้บริการเกี่ยวกับไตเทียมโดยเฉพาะ สำหรับดูแลผู้ป่วยโรคไตวาย ทั้งแบบเรื้อรังและเฉียบพลันที่ต้องได้รับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ด้วยเครื่องไตเทียม Fresenius รุ่น 5008 Full option ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ เป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน, มีระบบตรวจวัดปริมาตรน้ำ การควบคุมอุณหภูมิระหว่างการฟอกเลือด เพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ป่วย และยังมีระบบการผลิตน้ำบริสุทธิ์ขั้นสูง (Ultrapure Reverse Osmosis Water) สำหรับการฟอกเลือดที่มีระบบการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยของผู้ป่วยและได้มาตรฐานสากล The Association of Advancement of Medical Instrumentation (AAMI) ที่สำคัญระบบควบคุมการติดเชื้อภายในศูนย์ไตเทียมได้มาตรฐานสากล และทีมบุคลากรด้านโรคไตที่มีความพร้อม ทั้งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไตและพยาบาลวิชาชีพที่ได้รับการฝึกอบรมหลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทางการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมและพยาบาลผู้เชี่ยวชาญการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ตามมาตรฐานแพทยสภาและสภาการพยาบาล โดยเปิดบริการฟอกเลือดสำหรับผู้ป่วยนอก, ผู้ป่วยในโรงพยาบาลและผู้ป่วยอาการวิกฤตในห้องไอซียู, การผ่าตัดเชื่อมต่อหลอดเลือดดำและแดง หรือใส่ท่อชั่วคราวเพื่อใช้ในการฟอกเลือด, นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศที่ต้องการฟอกเลือดเป็นกลุ่มหรือเป็นรายบุคคลสามารถนัดเวลาพิเศษได้, การผ่าตัดปลูกถ่ายไต รวมทั้งประเมินและให้คำแนะนำการรับประทานอาหารจากนักโภชนาการที่มีประสบการณ์

 

โรคไตไม่ใช่เรื่องไกลตัวและไม่น่ากลัวอีกแล้ว ยุคนี้ทั้งเทคโนโลยีการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคไต และบุคลากรทางการแพทย์ในบ้านเรา พัฒนารุดหน้าไปไกลไม่แพ้ใครในระดับโลก ช่วยให้ผู้ป่วยโรคไตสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุขมากขึ้น แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่คนไทยเราไม่ควรลืม คือ เราต้องดูแลตัวเองให้ดีก่อนจะเกิดโรค

 

ที่มา  https://www.thairath.co.th/content/1187672