สายด่วน 24 ช.ม. : 02 718 1515

บริการทางการแพทย์

        พบกับสาวเก่ง คล่องแคล่ว ว่องไว สมกับการเป็นพยาบาลหัวหน้า ER ประจำโรงพยาบาลเพชรเวช คุณสุทธิดา สุทธิศิริภาส เธอจะมาเล่าถึงมุมมองในการทำงานและวิธีการดูแลทีมงานห้อง ER  มาทำความรู้จักกับเธอกันเลยดีกว่าค่ะ

 

อาชีพนี้...แม่เลือกให้

ด้วยบุคลิกที่ชอบการผจญภัย ไม่ชอบอยู่ในกรอบ แล้วมาทำงานสายนี้ได้ต้องยกเครดิตให้คุณแม่เพราะเป็นคนระบุเลยว่าลูกต้องเรียนสาขานี้  แล้วตอนเด็กเป็นคนขี้โรคป่วยบ่อยก็เลยเชื่อแม่ เลือกเรียนพยาบาลที่มหาวิทยาลัยสยาม และไปต่อปริญญาโท MBA ที่มหาวิทยาลัยนานาชาติ แสตมฟอร์ด

จากหน้าที่กลายเป็นความผูกพัน

การทำงานเริ่มจากการอยู่แผนก ICU ก่อน การที่อยู่กับคนไข้ทุกวันจากคำว่าหน้าที่กลายเป็นความผูกพัน เริ่มรู้สึกว่าคนไข้ที่ดูแลพอเขาได้กลับบ้าน เขากลับมาขอบคุณ มันกลายเป็นความภาคภูมิใจว่าครั้งหนึ่งเคยช่วยเขาแล้วเขาเห็นถึงคุณค่าตรงนี้ ถือเป็นกำลังใจเล็ก ๆ ในการก้าวต่อในวิชาชีพนี้

ความแตกต่างของ ER กับ ICU 

2 อย่างนี้จะต่างกันตรงที่ ER จะเป็นภาวะเร่งด่วนมาก ๆ ทุกอย่างต้องรวดเร็วรวมถึงการตัดสินใจ ในส่วนของ ICU ผู้ป่วยจะอยู่ในภาวะที่ดีแล้วระดับหนึ่ง ที่เหลือก็จะเป็นการรักษาตามสภาะของโรคเพื่อลดภาวะแทรกซ้อน, แก้ไขภาวะวิกฤตให้คนไข้ดีขึ้นและกลับบ้านได้ เมื่อก่อนตัวเองจะกลัวการมาอยู่ ER มากแต่ตอนนี้กลับชอบ รู้สึกว่าเสน่ห์คือการท้าทายศักยภาพ ว่าเราจะสามารถดึงความรู้ ความสามารถออกมาดูแลคนไข้ในภาวะเร่งด่วนได้มากน้อยแค่ไหน เพราะการตัดสินใจผิดพลาดของคุณ หมายถึงชีวิตของคนไข้

ความปลอดภัยของคนไข้มาก่อน

หัวใจหลักคือทำให้คนไข้รอดปลอดภัยทั้งเรื่องของการมีชีวิตอยู่และไม่พิการ การเข้าไปดูแลคนไข้ของทีมพยาบาลนั้นเราจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้  ยกตัวอย่างเช่น เคสที่เกิดอุบัติเหตุ เราไม่สามารถรู้ได้ว่าความรุนแรงของอุบัติเหตุส่งผลต่อกระดูกคอ ดังนั้น การเคลื่อนย้ายจะเคลื่อนย้ายเป็นสิ่งสำคัญไม่ให้กระดูกเคลื่อนเพราะจะส่งผลให้เกิดความพิการได้ 

ส่วนการรับมือกับอารมณ์ของคนไข้หรือญาติคนไข้ ส่วนใหญ่จะมีทีมเฉพาะออกไปคุย อาจจะเป็นรุ่นพี่หรือผู้ตรวจการพยาบาลเข้าไปคุยหรือประสานอธิบายรายละเอียดขั้นตอนต่าง ๆ รวมถึงแจ้งให้ทราบถึงสิ่งที่ทางทีมงานในห้อง ER กำลังทำอยู่ 

จับเข่าคุยแก้ปัญหา

เมื่อเกิดปัญหาจะใช้วิธีหันหน้ามาคุยกัน หากน้อง ๆ ในทีมไม่ไหวจะให้ไปพักและให้กำลังใจ เราเชื่อว่าการพักในช่วงหนึ่งจะทำให้สภาพจิตใจเขาดีขึ้น พยายามคุยกับทีมว่าทิศทางการทำงานตอนนี้เป็นอย่างไร แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นถ้าแก้ไขได้ต้องแก้ไขจุดไหน 

Motto ประจำตัว   

สำหรับส้มคือ “ทำทุกวันให้เป็นวันพิเศษ” คิดเสอว่า วันนี้เราเข้ามาทำงาน เราจะทำอะไร พัฒนาตรงไหนได้บ้าง จะพยายามเรียนรู้และพัฒนา หลังจากเลิกงานก็จะอ่านหนังสือเพื่อผ่อนคลายการจากทำงานหนักมาทั้งวันไปสังสรรค์กับเพื่อนบ้าง และจะศึกษาดูงานวิจัยเพื่อเอามาเป็นตัวอ้างอิงในการทำงาน ดูทิศทางที่เป็นไปได้และนำมาปรับใช้กับตัวเองและทีมที่ดูแล

 

คุณส้มทิ้งท้ายว่า เรามีความรู้สึกรักในองค์กร สัมผัสได้ถึงความใส่ใจจากผู้บริหารที่พร้อมจะผลักดันทั้งบุคลากรและตัวองค์กรให้ไปในทิศทางที่มีคุณภาพจริง ๆ จะเห็นได้ว่าเพชรเวชรับทุกสิทธิ์ ไม่ได้เน้นตัวเงินเป็นหลัก เน้นคุณภาพของการบริการและคนไข้ ทำให้เราก็รู้สึกภาคภูมิใจในความเป็นเพชรเวช เพราะฉะนั้นภาพที่เราหวังไว้ในอนาคตคือ คนไข้ต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีและรู้สึกดีที่มาใช้บริการของเรา